
สื่อในวิกฤต
การใช้สื่อเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัยในความขัดแย้งทางการเมืองในทุกที่ทั่วโลกครับ เพื่อที่จะชิงความได้เปรียบ เกลี้ยกล่อม ล้างสมองประชาชนเพื่อดึงให้ประชาชนเสียงส่วนใหญ่เข้าเป็นพวก
การใช้สื่อเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัยในความขัดแย้งทางการเมืองในทุกที่ทั่วโลกครับ เพื่อที่จะชิงความได้เปรียบ เกลี้ยกล่อม ล้างสมองประชาชนเพื่อดึงให้ประชาชนเสียงส่วนใหญ่เข้าเป็นพวก
ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซีของฮิตเลอร์ก็ใช้สื่อประโคมให้ชาวเยอรมันรังเกียจเดียดฉันท์คนยิว ล้างสมองจนเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กลายเป็นการนองเลือดที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
ในยุคของสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาในยุคกลางทศวรรษ 1990 นั้น ก็มีการใช้สื่อวิทยุกระตุ้นให้เกิดการนองเลือดโดยกลุ่มชนเผ่าฮูตู โดยวิทยุถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกเร้าชาวฮูตูให้ออกไปเข่นฆ่าฝ่ายตรงกันข้าม ก็คือชาวทุสซี่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคนในเวลาไม่กี่เดือน
การใช้สื่อและโฆษณาชวนเชื่อ ยังคงถูกใช้อย่างเข้มข้นในช่วงสงครามเย็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายคอมมิวนิวต์ ต่างก็ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปลุกเร้าฝ่ายเดียวกันก็ตาม อย่างเช่นในประเทศไทย คอมมิวนิสต์ถูกสร้างภาพให้ประชาชนเห็นว่าเป็น “ผี” เป็นตัวร้ายที่ทำลายชาติ ขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ก็มีวิธีการล้างสมองของคนในชนบทและชนกลุ่มน้อยตามพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการส่งหน่วยจรยุทธ์เพื่อล้างสมองประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างได้ผล
ในประเทศไทย เกิดการรัฐประหารมามากกว่า 9 ครั้ง และในหลายๆ ครั้งที่กลุ่มท็อปบู๊ตเข้ายึดเป็นแห่งแรกๆ ก็คือกรมประชาสัมพันธ์ หรือหัวใจของสื่อของรัฐนั่นเองครับ
มาจนถึงในยุคนี้ ซึ่งเป็นยุคที่การสื่อสารมีความหลากหลายและไปได้เร็วมากที่สุดฃ ประชาชนมีช่องทางการสื่อสารกันหลากหลาย และก็แน่นอนครับว่าสื่อยังคงเป็นพระเอกในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
ในเมืองไทย ท่ามกลางสถานการณ์อันเผ็ดร้อนทางการเมือง แต่ละฝ่ายก็พยายามที่จะเข้ายึดพื้นที่สื่อในช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะสื่อสิ่งพิมพ์ อินเทอร์เน็ต วิทยุ หรือ วิทยุชุมชน
แต่น่าสนใจครับว่า อิทธิพลของสื่อในปัจจุบันต่อการบังคับทิศทางของสังคมในปัจจุบันนั้นดูเหมือนว่าจะมีพลังมากกว่าในยุคเก่าๆ แต่ทว่าการที่จะทำให้สังคมส่วนใหญ่คล้อยตามไปในทิศทางเดียวกันนั้นกลับยากยิ่งกว่าเดิม
นั่นเป็นเพราะสังคมในยุคนี้เป็นสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น ประชาชนมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น และมีวิจารณญาณกันมากขึ้น ต่างจากยุคเก่าอย่างชัดเจน และช่องทางการบริโภคข่าวสารและข้อมูลก็มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า สังคมก็จะวุ่นวายมากขึ้น วิกฤตการเมืองก็เลวร้ายมากขึ้น ก็เพราะความหลากหลายและความทรงพลังของสื่อได้เช่นกันครับ







