posttoday
ทำไมชาวนาจะยังไม่ได้เงินค่าจำนำข้าวใครต้องรับผิดชอบ?(1)

ทำไมชาวนาจะยังไม่ได้เงินค่าจำนำข้าวใครต้องรับผิดชอบ?(1)

14 มกราคม 2557

ณ วันที่ 8 ม.ค. 2557 ชาวนาได้นำข้าวมาขายให้โครงการรับจำนำในปีการผลิต 2556/57 เป็นมูลค่าตามใบประทวนประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ได้รับเงินไปแล้ว 0.35 แสนล้านบาท ชาวนาจึงยังไม่ได้รับเงินอีก 1.246 แสนล้านบาทมาแรมเดือนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนาทั่วประเทศขายข้าวแล้วไม่ได้เงิน

ณ วันที่ 8 ม.ค. 2557 ชาวนาได้นำข้าวมาขายให้โครงการรับจำนำในปีการผลิต 2556/57 เป็นมูลค่าตามใบประทวนประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ได้รับเงินไปแล้ว 0.35 แสนล้านบาท ชาวนาจึงยังไม่ได้รับเงินอีก 1.246 แสนล้านบาทมาแรมเดือนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนาทั่วประเทศขายข้าวแล้วไม่ได้เงิน

ปัญหานี้ทำให้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการหาเงินเพิ่มเติมมาจ่ายให้ชาวนาที่ได้นำข้าวมาเข้าโครงการจำนำแล้ว และคาดว่าชาวนาจะได้รับเงินครบภายในวันที่ 25 ม.ค. 2557

เพื่อมิให้สูญเสียฐานเสียงของชาวนา ฝ่ายการเมืองจึงต้องหันมากดดันให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. หาเงินมาจ่ายให้ชาวนาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง หนังสือพิมพ์และแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังรายงานว่ามีความพยายามที่จะหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาหลายวิธี เช่น การใช้สภาพคล่องของ ธ.ก.ส. (แต่ถูกสหภาพแรงงาน ธ.ก.ส. สตง. และนักวิชาการคัดค้าน) การบังคับให้ ธ.ก.ส. ปรับโครงสร้างหนี้ที่จะถึงกำหนดในปี 25582560 การขอให้กองทุนของหน่วยงานรัฐโยกเงินฝากมาฝากกับ ธ.ก.ส. ตลอดจนการให้ ธ.ก.ส.กู้เงินเพิ่มขึ้น โดยลดวงเงินกู้ของโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ

วิธีการเหล่านี้ล้วนแต่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำลายวินัยทางการคลัง และกระทบความมั่นคงทางการเงินของ ธ.ก.ส.

แม้กระทรวงการคลังจะพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเงินมาจ่ายให้ชาวนา แต่ผมคิดว่ารัฐบาลคงไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ตามสัญญา ยกเว้นว่ารัฐบาลจะกล้าเสี่ยงทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ผมจึงขออนุญาตใช้พื้นที่สื่อมวลชนอธิบายให้พี่น้องชาวนาได้รับรู้เหตุผลแท้จริงที่ชาวนาอาจจะได้เงินค่าขายข้าวไม่ครบภายในวันที่รัฐบาลสัญญา และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ท่านใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง ว่านโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงจะมีผลดีผลเสียอย่างไรต่อตัวท่านและต่อประเทศอย่างไร

ก่อนอื่น ผมขอบอกพี่น้องชาวนาก่อนว่า ผมต้องการให้ท่านได้รับเงินค่าขายข้าวจากรัฐบาลโดยเร็วที่สุด และด้วยวิธีที่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลบอกว่าจะหาเงินมาจาก 3 แหล่ง แหล่งแรก คือ เงินของกระทรวงการคลัง (ซึ่งจริงๆ แล้วคือเงินของประชาชน) เงินยืมจาก ธ.ก.ส. และเงินที่ได้จากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์

เงินของกระทรวงการคลัง คือ เงินของบรรดากองทุนต่างๆ ของหน่วยราชการ โดยกระทรวงการคลังจะบังคับให้หน่วยราชการผู้บริหารกองทุนเหล่านั้นโอนเงินมาฝากที่ ธ.ก.ส. โดยมีเงื่อนไขพิเศษเรื่องกำหนดระยะเวลาการฝาก คือ ไม่ให้ถอนก่อนที่กระทรวงการคลังจะหาเงินจากแหล่งอื่นมาคืนให้ ธ.ก.ส. กองทุนเหล่านี้ เช่น กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล กองทุนของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ

ศูนย์ข่าวอิศรา รายงานว่า กระทรวงการคลังอาจจะหาเงินฝากมาได้ 5.5 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.ก็สามารถนำสภาพคล่องนี้จ่ายให้เกษตรกรได้ร้อยละ 8894 ของเงินฝาก หรือประมาณ 48,40051,700 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พอจ่ายให้ชาวนา

เงินก้อนที่สอง คือ รัฐบาลต้องขอกู้จาก ธ.ก.ส. หรือให้ ธ.ก.ส.กู้แล้วรัฐบาลค้ำประกัน แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเพดานการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ตามกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556/57 กระทรวงการคลังก็เลยต้องไปบังคับให้รัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่มีแผนการกู้เงินตามโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ระงับหรือลดการกู้ลง แล้วโอนเงินกู้ดังกล่าวไปให้ ธ.ก.ส.กู้แทน (โดยรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน)

ไทยพับบลิก้า รายงานว่า รัฐวิสาหกิจที่ถูกขอร้องแกมบังคับให้ลดวงเงินกู้ลง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ลดวงเงินกู้ลง 1.2 แสนล้านบาท) การทางพิเศษฯ (8,000 ล้านบาท) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (1 หมื่นล้านบาท) รวม 1.38 แสนล้านบาท วงเงินกู้ที่ลดลงนี้มีมูลค่าสูงกว่าวงเงินกู้ที่กระทรวงการคลังต้องการให้ ธ.ก.ส.กู้เพื่อนำไปจ่ายให้ชาวนา (1.3 แสนล้านบาท) ถ้าได้วงเงินกู้ก้อนนี้ก็จะมีเงินพอจ่ายให้ชาวนา แต่ปัญหาคือ เงินทั้งสองก้อนนี้อาจใช้ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะขออธิบายภายหลัง

ส่วนเงินก้อนที่สาม จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์จะมีจำนวนเท่าไรเป็นเรื่องไม่แน่นอน และไม่มีใครรู้ว่าภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2557 พาณิชย์จะขายข้าวได้อีกเท่าไร จะส่งเงินคืน ธ.ก.ส.ได้เท่าไร แม้ว่า กกต.จะมีมติให้พาณิชย์ระบายข้าวได้ตามปกติแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2557 ก็ตาม

ผมคาดว่าเงินขายข้าวที่จะส่งคืนให้ ธ.ก.ส.คงได้ไม่มาก อย่างมากพาณิชย์คงส่งเงินค่าระบายข้าวในเดือน ม.ค. 2557 ให้ ธ.ก.ส.ได้เพียง 1–1.5 หมื่นล้านบาท แต่น่าแปลกใจว่าชาวนาไม่เคยเดินขบวนทวงถามเงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ ตลอดเวลามีแต่ข่าวว่ากระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. ไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา ทั้งๆ ที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบมากที่สุด เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวทุกเม็ดในโครงการ

พี่น้องชาวนาครับ ถ้าท่านจะทวงถามเรื่องเงินค่าขายข้าวของท่าน ท่านจะต้องถามกระทรวงพาณิชย์ครับ ไม่ใช่ ธ.ก.ส. หรือกระทรวงการคลังที่ต้องหาเงินกู้จนตัวโก่ง บากหน้าไปขายพันธบัตรให้ใครในตลาดเงินก็ไม่มีเอกชนคนใดอยากซื้อ ยิ่งเวลานี้กำลังถูกแรงกดดันทางการเมืองให้ต้องเสี่ยงทำผิดกฎหมาย ยิ่งน่าเห็นใจ

เดชะบุญที่ประเทศไทยสร้างระบบและกติกาการคลังที่มีวินัยไว้ตั้งแต่เมื่อ 53 ปีก่อน และกระทรวงการคลังยังมีข้าราชการส่วนใหญ่ที่ทนเห็นความเหลวแหลกของนักการเมืองบางคนไม่ได้

ไว้พรุ่งนี้มาติดตามกันว่า วิธีการหาเงินของกระทรวงการคลัง 2 วิธีแรก สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายอย่างไรกันต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท