posttoday
"ฮอตโซน"เสี่ยงรุนแรงก.พลังงาน-ราชประสงค์-ลาดพร้าว

"ฮอตโซน"เสี่ยงรุนแรงก.พลังงาน-ราชประสงค์-ลาดพร้าว

14 มกราคม 2557

สถานการณ์ชุมนุมในระยะหลังๆ มีผู้ไม่หวังดีใช้อาวุธลอบสร้างสถานการณ์แทบไม่เว้นวัน การแยกเวทีออกเป็น 7 แห่งตามแผนชัตดาวน์ ยิ่งสุ่มเสี่ยงจะมีการใช้อาวุธสร้างสถานการณ์มากยิ่งขึ้น เพราะแค่คืนวันที่ 12 ย่างเข้าวันที่ 13 ม.ค.วันเดียว ก็มีเหตุการณ์แล้วหลายจุด ทั้งการใช้ปืนยิงกราดใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ 8 นัด การยิง สำราญ จันทร์ทองอ่อน ชาว อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ขณะเดินอยู่บริเวณบังเกอร์ที่เวทีแจ้งวัฒนะ และการนำระเบิดแขวนประตูหน้าบ้าน ราเชน ตระกูลเวียง ประธาน กปปส. นนทบุรี

สถานการณ์ชุมนุมในระยะหลังๆ มีผู้ไม่หวังดีใช้อาวุธลอบสร้างสถานการณ์แทบไม่เว้นวัน การแยกเวทีออกเป็น 7 แห่งตามแผนชัตดาวน์ ยิ่งสุ่มเสี่ยงจะมีการใช้อาวุธสร้างสถานการณ์มากยิ่งขึ้น เพราะแค่คืนวันที่ 12 ย่างเข้าวันที่ 13 ม.ค.วันเดียว ก็มีเหตุการณ์แล้วหลายจุด ทั้งการใช้ปืนยิงกราดใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ 8 นัด การยิง สำราญ จันทร์ทองอ่อน ชาว อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ขณะเดินอยู่บริเวณบังเกอร์ที่เวทีแจ้งวัฒนะ และการนำระเบิดแขวนประตูหน้าบ้าน ราเชน ตระกูลเวียง ประธาน กปปส. นนทบุรี

ศูนย์ข้อมูลติดตามสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ประเมินภาพรวมความเสี่ยงของการชุมนุม ณ เวลา 13.00 น. วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีค่าเฉลี่ย 0.93 จากเต็ม 4 ซึ่งยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม หากแยกรายพื้นที่ทั้ง 7 เวที มี 3 จุดที่มีแนวโน้มสุ่มเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง คือ เวทีลาดพร้าว มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 1.38 เนื่องจากตรวจพบวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์มาวนเวียนโดยไม่มีการตรวจจากการ์ดที่ชัดเจนในจุดเข้าทั้งสองทางและไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ชุมนุม

รองลงมา คือ เวทีสีลมมีค่าเฉลี่ย 1.15 และเวทีแจ้งวัฒนะ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1 เนื่องจากมีผู้ถูกทำร้ายเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค. ประกอบกับมีความขัดแย้งระหว่างชุมนุมกับประชาชนในพื้นที่เล็กน้อย

ขณะที่อีก 4 เวทีนั้น เวทีราชประสงค์และเวทีอโศก มีค่าเฉลี่ย 0.92 เวทีแยกปทุมวัน 0.62 และเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 0.53

อย่างไรก็ตาม พอย่างเข้าช่วงค่ำเวลา 19.30 น. ระดับความเสี่ยงจากการชุมนุมโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1.143 โดยมีพื้นที่ความเสี่ยงสูงเพิ่มอีก 2 จุด คือ พื้นที่กระทรวงพลังงาน ความเสี่ยงระดับ 2.15 เพราะมีผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในเขตกระทรวง มีการระดมผู้ชุมนุมมาเพิ่มเติม ผู้ชุมนุมวัยรุ่นบางคนดื่มเหล้า และพื้นที่โดยรอบไม่มีแสงสว่าง ส่วนอีกพื้นที่ คือ หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีการตึงเครียดสะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งขว้างปาขวดน้ำเข้าไปในเขตรั้ว สตช. และเวลา 16.40 น. มีการพังประตูล้มแบริเออร์

ทั้งนี้ ในส่วนของเวทีราชประสงค์ก็ได้ปรับเพิ่มระดับความเสี่ยงจากช่วงบ่าย 0.92 เป็น 1.38 ในช่วงค่ำเท่ากับเวทีลาดพร้าวด้วย

อนนต์ อันติมานนท์ อาสาสมัครศูนย์ข้อมูลติดตามสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง อธิบายว่า การให้คะแนนความเสี่ยงต่อความรุนแรงนั้น มีกระบวนการวัดผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยจะมีอาสาสมัครเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ชุมนุมและรายงานข้อมูล โดยมีดัชนีชี้วัด 14 ตัว อาทิ พฤติกรรมของผู้ชุมนุม สภาพแวดล้อมการชุมนุม การเตรียมการด้านอุปกรณ์ของผู้ชุมนุม ความเสี่ยงในการเกิดเหตุม็อบชนม็อบ เป็นต้น

ทั้งนี้ การประเมินสถานการณ์จะวัดออกมาเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ความเสี่ยงต่ำ ระดับที่ 2 ความเสี่ยงปานกลาง ต้องเฝ้าระวัง ระดับที่ 3 ความเสี่ยงระดับสูง ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และระดับที่ 4 ความเสี่ยงในระดับวิกฤต

นอกจากนี้ ยังการประเมินความเสี่ยงออกเป็น 2 โซน คือ 1.Warm Zone พื้นที่ที่มีค่าระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 02.99 และ 2.Hot Zone พื้นที่ที่มีค่าระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 34 ซึ่งวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่มีการประเมินความเสี่ยงเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ โดยสามารถติดตามระดับความเสี่ยงในการชุมนุมได้ที่ thaiviolencewatch.com

อนนต์ ยกตัวอย่างการตีความข้อมูล เช่น ตัวชี้วัดเรื่องพฤติกรรมผู้เข้าร่วมชุมนุม ระดับ 1 หมายถึงผู้ชุมนุมทั่วไป ระดับ 2 คือผู้ชุมนุมที่มีอารมณ์ ระดับ 3 คือผู้ชุมนุมกลุ่มฮาร์ดคอร์ แต่ยังอยู่ในการควบคุมของแกนนำ และระดับ 4 ผู้ชุมนุมกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งที่เวทีลาดพร้าวที่มีค่าเฉลี่ย 1.38 นั้น ในส่วนของพฤติกรรมผู้เข้าร่วมชุมนุมมีคะแนนความเสี่ยงอยู่ในระดับ 3

หรือในส่วนของตัวชี้วัดเรื่องการเตรียมการด้านอุปกรณ์ของผู้ชุมนุม ที่เวทีสีลมมีคะแนนความเสี่ยงในระดับ 3 เพราะพบว่ามีผู้ชุมนุมหลายคนใส่เสื้อเกราะที่ประดิษฐ์เอง ซึ่งสะท้อนอารมณ์ม็อบว่ากำลังรู้สึกว่าจะโดนกระทำอะไรบางอย่าง ขณะที่เวทีลาดพร้าวได้คะแนนอยู่ที่ระดับ 2 หมายถึงอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตาเท่านั้น

นอกจากนี้แล้วที่เวทีสีลมยังมีอุปสรรคของกลุ่มแพทย์พยาบาล คือเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และอุปสรรคในการขนย้ายผู้ป่วยอีกด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์คืนวันที่ 12 ม.ค. ถือเป็นสัญญาณที่ส่อไปในทางความรุนแรง ซึ่งจุดที่เป็นห่วงมากที่สุด 3 จุด คือ ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจากการข่าวพบว่ามีแนวโน้มจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับมวลชนกลุ่มอื่นได้ค่อนข้างมาก

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยตามจุดเสี่ยงนั้น เวทีลาดพร้าวมีการส่งการ์ดอาสาไปสำรวจตึกสูงต่างๆ และปิดการจราจรบนสะพานข้าม 5 แยกลาดพร้าว เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีมาสร้างสถานการณ์ โดยจะเปิดการจราจรเวลา 06.00-14.00 น. ของทุกวัน

ส่วนที่เวทีแจ้งวัฒนะมีการเตือนการ์ดและผู้ชุมนุม หลังจากมีข่าวมาว่า กลุ่มผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าวอาจเข้ามาก่อเหตุวุ่นวาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท