
ข่าวร้ายของเฟด
บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กแสดงทัศนะเกี่ยวกับการขยายตัวในตลาดแรงงานสหรัฐ ว่า ยอดการจ้างงานเดือน ธ.ค. ซึ่งปรับตัวขึ้นเพียง 7.4 หมื่นตำแหน่ง และน้อยกว่าที่คาดการณ์ครึ่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังห่างไกลจากสภาพปกติและเป็นเรื่องยากที่ เจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะรับตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในเดือนหน้า จะแถลงทิศทางนโยบายในอนาคต
บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กแสดงทัศนะเกี่ยวกับการขยายตัวในตลาดแรงงานสหรัฐ ว่า ยอดการจ้างงานเดือน ธ.ค. ซึ่งปรับตัวขึ้นเพียง 7.4 หมื่นตำแหน่ง และน้อยกว่าที่คาดการณ์ครึ่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังห่างไกลจากสภาพปกติและเป็นเรื่องยากที่ เจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะรับตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในเดือนหน้า จะแถลงทิศทางนโยบายในอนาคต
ข่าวร้ายนี้นับเป็นสัญญาณชัดเจนที่เฟดจะต้องทบทวนแผนชะลอนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เสียใหม่ และจนกว่าที่ตัวเลขจ้างงานจะดีขึ้น การชะลอคิวอีอาจจะต้องหยุดพักลงชั่วคราว หรือถอยกลับไปอยู่ที่จุดเดิม ขณะที่ตลาดการเงินก็คาดหวังว่าการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะชะลอออกไปเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เฟดกำลังเจอปัญหาในการแถลงเรื่องทิศทางในอนาคต เนื่องจากเฟดเคยกำหนดเป้าหมายว่างงานที่ 6.5% ในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ปัจจุบันตัวเลขว่างงานอยู่ที่ 6.7% หรือใกล้ถึงเป้าแล้ว แต่กลับไม่ได้สะท้อนภาวะที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นเพราะคนออกจากระบบการหางานทำ จึงทำให้ไม่ถูกนับเป็นคนว่างงาน ทำให้เฟดเกริ่นๆ ไว้ว่าจะไม่ใช้ตัวเลขว่างงานเป็นปัจจัยอ้างอิงออกสัญญาณชี้นำล่วงหน้าอีก
อย่างไรก็ตามในทัศนะของบลูมเบิร์กนั้น การประเมินตลาดแรงงานนับเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของการพิจารณานโยบายทางการเงินและการออกสัญญาณชี้นำล่วงหน้าที่ต้องมีข้อแก้ตัวนั้นก็นับว่าเลวร้ายยิ่งกว่าไม่ออกสัญญาณชี้นำใดๆ เลย ดังนั้นแล้ว ตัวเลขการจ้างงานที่เปิดเผยมาล่าสุดนี้น่าจะเป็นตัวที่ทำให้เฟดเชื่อว่าการทำทุกอย่างให้ธรรมดาและเป็นปกติน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า







