posttoday
บนเส้นทางบนความเสี่ยงทางการเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

บนเส้นทางบนความเสี่ยงทางการเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

13 มกราคม 2557

เศรษฐกิจไทยปี 2557 จะไปในทิศทางใด?

เศรษฐกิจไทยปี 2557 จะไปในทิศทางใด?

ในช่วงต้นปีโดยปกติแล้ว จะเป็นช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจและสาธารณชนให้ความสนใจกับการวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุน ผลกระทบของนโยบายการเงินการคลัง และทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยในช่วงปี 2557 นี้ เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงมาก และการคาดเดาทิศทางเศรษฐกิจนั้นก็ทำได้ยาก เพราะปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาจากปัญหาการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้จากแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เหมือนปัจจัยอื่นๆ เช่น ผลจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ หรือการแข็งค่าอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นการประเมินจึงต้องอาศัยการกำหนดข้อสมมติเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาที่ส่งต่อไปยังตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญในช่องทางต่อไปนี้

1) การชะงักงันในการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบด้านการลงทุน รวมถึงรายจ่ายเพื่อการบริโภค เนื่องจากปัญหาความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ

2) การชะลอการใช้จ่ายของภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยการลงทุนจะได้รับผลกระทบแรงกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างๆ โดยตรง

3) การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ซึ่งผลกระทบเหล่านี้จะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของการชุมนุม ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ผมจะวิเคราะห์ในวันนี้ครับ

จากการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ของ NIDA MACRO FORECAST คาดว่าผลกระทบจากปัญหาการเมืองไทยซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจากปลายปี 2556 จะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุนตามความไม่แน่นอนของการเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการตั้งรัฐบาลใหม่ และการตัดสินใจโครงการลงทุนภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม หากความวุ่นวายทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย โดยสามารถเจรจาและได้ข้อยุติในช่วงเดือนสองเดือนนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้ในช่วงที่เหลือของปี โดยอุปสงค์ภายในประเทศทั้งในด้านการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากปลายปี 2556 จะสามารถกลับมาฟื้นตัวชดเชยกับที่ชะลอตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ ในปี 2557 เศรษฐกิจไทยน่าจะได้ผลจากปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกตามการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งทำให้มูลค่าการค้าโลกขยายตัว นอกจากนี้การอ่อนตัวของค่าเงินบาทตามกระแสการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ และเงินทุนไหลออกจากตลาดเงินตลาดทุนไทย ยังเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นการส่งออก ดังนั้นคาดการณ์ว่าทั้งปีปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการน่าจะขยายตัวร้อยละ 6.1 ในขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.0 ซึ่งผลจากปัจจัยเหล่านี้ ทำให้คาดการณ์ว่าทั้งปี 2557 เศรษฐกิจไทยมีโอกาสจะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 4.4 ซึ่งจะดีขึ้นกว่าในปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.7

อย่างไรก็ตาม ผลการพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกิจข้างต้น ตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่สำคัญทั้งจากการเมืองในประเทศไทยและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยหากสถานการณ์การเมืองรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้การชุมนุมมีการขยายวงรุนแรงขึ้น และมีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 2 ผลกระทบจากสถานการณ์นี้ไม่เพียงส่งผลต่อความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณเท่านั้น แต่จะทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐชะงักอย่างรุนแรง นอกจากนี้ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น สามารถส่งผลต่อเนื่องยังการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ชะงักงันต่อเนื่อง โดยภายใต้กรณีดังกล่าวนี้ คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบให้การขยายตัวของจีดีพีในปี 2557 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 3.3 จากการลดลงของการบริโภคและการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการลงทุนจะอยู่ในระดับติดลบทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนการบริโภคจะปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าระดับปกติ

ปัจจัยเสี่ยงอีกประการของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากปัจจัยที่ไม่คาดหมาย เช่น เศรษฐกิจสหรัฐเกิดความชะงักงันในการฟื้นตัวเป็นช่วงๆ เช่นเดียวกับในปี 2556 หรือเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศที่สำคัญอื่นๆ เช่น จีน ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลง ในกรณีนี้คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของจีดีพีในปี 2557 มีโอกาสลดลงเหลือเพียงร้อยละ 3.6 ได้ เช่นเดียวกับผลกระทบจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ

ในกรณีที่แย่ที่สุด หากผลจากปัจจัยเสี่ยงทั้งจากปัญหาการเมืองภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกเกิดแย่ลงพร้อมๆ กัน คาดการณ์ว่าการขยายตัวของจีดีพีในปี 2557 มีโอกาสขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.5

ในขณะที่หากเรามองโลกในแง่ดี โดยหากการเมืองไทยสามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็วในช่วงเดือน ม.ค.นี้ จะช่วยส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 และหากปัญหาการเมืองภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นเร็วพร้อมกับเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาดหมาย คาดการณ์ว่าการขยายตัวของจีดีพีในปี 2557 จะสามารถขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5.7 ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับปี 2555

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 มีสูงมาก โดยมีทั้งโอกาสที่เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 1/2557 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทย ไม่เพียงเฉพาะด้านการเมือง แต่รวมถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยอีกด้วย ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงส่งผลระยะสั้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2557 แต่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องยังการลงทุน ทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ การลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิตของภาคเอกชน รวมถึงการลงทุนทางตรงต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว สุดท้ายผมหวังว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศจะคลี่คลายในทางที่ดี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยึดถือประโยชน์ที่มีต่อประเทศโดยรวมเป็นสำคัญในการตัดสินใจทางการเมืองครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท