
ญี่ปุ่นขอไทยขายสินค้าถูกลง
เกษตร-แปรรูปอาหาร-เฟอร์นิเจอร์จุกเอกชนห่วงลูกค้าหนีไปซื้อปท.อื่น
เกษตร-แปรรูปอาหาร-เฟอร์นิเจอร์จุกเอกชนห่วงลูกค้าหนีไปซื้อปท.อื่น
เอกชนเผยญี่ปุ่นเริ่มต่อรองราคาสินค้า ชี้การเมืองไทยป่วนลากส่งออกทรุดยาว
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557 เป็นต้นไป ทางการญี่ปุ่นจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 3% เป็น 8% ทำให้คู่ค้าชาวญี่ปุ่นที่ซื้อสินค้าจากไทยเริ่มต่อรองราคาซื้อลงในอัตราเท่ากับการขึ้นภาษี เพื่อให้ยังคงสินค้าไว้ในราคาเดิมและยังรักษากำไรไว้เท่าเดิม
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไทยต้องหาทางเจรจากับคู่ค้าในญี่ปุ่นให้ดี เพราะปัจจุบันนักธุรกิจญี่ปุ่นออกไปทำธุรกิจอยู่ทั่วโลก มีทางเลือกสินค้ามาก โดยคาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบมากจากกรณีนี้คือ กลุ่มเกษตร เกษตรแปรรูปอาหาร เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่นมากและใช้วัตถุดิบในประเทศในการผลิตสูง ต่างจากบริษัทขนาดใหญ่ที่มีบริษัทแม่ในญี่ปุ่นอย่างกลุ่มยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนภายในได้
“คู่ค้าญี่ปุ่นต้องหาทางให้ตัวเองยังคงขายของได้ ต้องรักษาฐานลูกค้าไว้เพราะกำลังซื้อในประเทศเขายังไม่ดีขึ้น และคาดว่าจะแย่ลงอีกเมื่อขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม” นายไพบูลย์ กล่าว
ขณะเดียวกันปัญหาเชิงโครงสร้างที่การส่งออกไทยพึ่งพาบริษัทขนาดใหญ่ของต่างชาติอย่างมากนี้จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาว่าผู้ส่งออกไทยต้องการการสนับสนุนให้เกิดการยกระดับประสิทธิภาพทั้งห่วงโซ่การผลิตโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นของคนไทยจริงๆ ใช้วัตถุดิบในประเทศสูง เช่น กลุ่มอาหารและเกษตรที่แม้สัดส่วนการส่งออกจะอยู่ที่เพียง 15%
นอกจากนี้ การที่การเมืองยังมีความขัดแย้งยืดเยื้อก็ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะหากนักลงทุนต่างชาติมองเห็นว่าไทยไม่น่าลงทุนก็จะย้ายฐานการผลิตออกไปยังประเทศอื่นที่มีปัญหาน้อยกว่า ก็จะยิ่งทำให้การส่งออกลดลงอีกในระยะยาว







