ทางเลือกของคนกรุง
กระทรวงคมนาคมได้จัดเตรียมสถานที่จอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ 36 จุด ให้บริการประชาชนที่ขับรถเข้ากรุงได้รอบทุกทิศ โดยแบ่งเป็น 5 โซน คือ โซนที่ 1 บริเวณกลาง กทม. รองรับรถ 1,460 คัน เช่น สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช สนามกีฬาตรงข้ามแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน เป็นต้น
กระทรวงคมนาคมได้จัดเตรียมสถานที่จอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ 36 จุด ให้บริการประชาชนที่ขับรถเข้ากรุงได้รอบทุกทิศ โดยแบ่งเป็น 5 โซน คือ โซนที่ 1 บริเวณกลาง กทม. รองรับรถ 1,460 คัน เช่น สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช สนามกีฬาตรงข้ามแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน เป็นต้น
โซนที่ 2 กทม.ฝั่งทิศเหนือ 7 จุด รองรับได้ 3,270 คัน เช่น ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สถานีรถไฟรังสิต สถานีขนส่งรังสิต ท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นต้น
โซนที่ 3 กทม.ฝั่งตะวันออก 9 จุด รองรับได้ 7,405 คัน เช่น สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ตลิงค์ลาดกระบัง ฉลองกรุงพลาซ่า เป็นต้น
โซนที่ 4 กทม.ฝั่งใต้ 8 จุด รองรับได้ 4,670 คัน เช่น เซ็นทรัล พระราม 2 บิ๊กซี เคหะธนบุรี เดอะมอลล์ บางแค บิ๊กซี ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น
โซนที่ 5 กทม.ฝั่งตะวันตก 7 จุด รองรับได้ 980 คัน เช่น สถานีรถไฟบางบำหรุ สถานีรถไฟตลิ่งชัน สถานีรถไฟศาลายา เป็นต้น
“จุดจอดรถแต่ละแห่งจะมีรถเมล์ ชัทเทิลบัส รถไฟชานเมือง เพื่อเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า เรือด่วน และสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ เดินทางเข้า กทม.ได้”
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้วางแผนป้องกันการเผชิญหน้า หรือกระทบกระทั่งกันกรณีที่รถติดเป็นเวลานาน โดยสั่งการให้จัดจุดกลับรถก่อนถึงบริเวณที่มีการชุมนุมประมาณ 500 เมตร เพื่อให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นๆ ได้ โดยจัดจุดกลับรถบนถนนหลัก 12 จุด คือ ถนนวิภาวดีรังสิต สุขุมวิท ลาดพร้าว สาทร สีลม เพชรบุรีตัดใหม่ พระราม 9 พระราม 4 รัชดาภิเษก ราชดำเนินกลาง ราชวิถี พหลโยธิน
สำหรับผลกระทบจากการปิดถนน จะทำให้รถเมล์ที่วิ่งได้ 1 ช่องทาง ใช้ความเร็วได้เพียง 57 กม.ต่อชั่วโมง จากปกติ 12 กม.ต่อชั่วโมง และอาจจะต้องใช้เวลาเดินทาง 45 ชั่วโมง จากปกติ 2 ชั่วโมง
“การให้บริการที่จอดรถอาจจะไม่เพียงพอกับคนที่เดินทางเข้ากรุงมากถึงวันละ 1 ล้านคน จึงขอให้ติดตามเส้นทางผ่านเว็บไซต์ www.mot.go.th รวมทั้งสถานการณ์การจราจรผ่านรายการวิทยุของ สวพ. 91 หรือสอบถามผ่านทางเลขหมาย 1356 และ 1584”
ส่วนประชาชนที่อยู่ชานเมือง รฟม.เตรียมรถไฟชัทเทิลขบวนสั้นๆ ขนาด 78 โบกี้ไว้รองรับ แบ่งเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟชัทเทิลสายรังสิต ให้บริการตั้งแต่รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน บางซื่อ และสามเสน ส่วนรถไฟสายตะวันออก ให้บริการตั้งแต่ หัวตะเข้ ลาดกระบัง ทับช้าง หัวหมาก คลองตัน มักกะสัน (สายนี้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบแอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟฟ้าบีทีเอสและระบบขนส่งมวลชน ขสมก.ได้)
ด้านรถไฟสายใต้ จุดเริ่มบริการที่ศาลายาแล้วแบ่งออกเป็น 2 สาย สายแรกวิ่งเข้าตลิ่งชัน บางกอกน้อย เพื่อรองรับคนฝั่งธนบุรี สายสองวิ่งเข้าตลิ่งชัน บางบำหรุ สามเสน และบางซื่อ
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า ได้วางมาตรการรับมือไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขณะผู้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวน และถึงที่หมายปิดทางแยก โดยได้จัดชุดปฏิบัติการไว้ 4 ชุด คือ ชุดประสานงานเจรจาจราจร ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้เกิดช่องทางการเดินรถได้ในกรณีฉุกเฉิน ชุดอำนวยการจราจรตามทางแยกเพื่อไม่ให้เกิดรถติดขัดล็อกเป็นวงแหวน และเน้นการให้บริการ จัดชุดของจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจหญิง ร่วมกับทหารเสนารักษ์ ในการจัดตั้งจุดบริการปฐมพยาบาลเบื้องตัน มีรถพยาบาล 1 คันประจำจุด และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ในพื้นที่ 7 จุดเวทีใหญ่เพื่อดูแลประชาชน
ทั้งนี้ ยังได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านความมั่นคง ด้านการแพทย์ พร้อมมีการบริหารจัดการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบคมนาคม จัดที่จอดรถ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการการเดินทาง ทางน้ำ รถไฟฟ้า และรถประจำทาง ที่จะต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเลี่ยงการชุมนุม
ประชาชนที่อยู่รอบกรุงเทพฯ ควรจอดไว้ในพื้นที่ที่ทางกระทรวงคมนาคมได้จัดจุดจอดไว้แล้ว โดยทางตำรวจเองจะทำหน้าที่ประสานงานกับตำรวจภาค 1, 2, 7 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบหากไม่จำเป็นไม่ควรเข้ามาในพื้นที่
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวด้วยว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินมีคนเจ็บป่วยหรือต้องการความช่วยเหลือด่วน แต่การจราจรไม่สามารถไปได้ ตำรวจได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ 4 ลำ สแตนด์บายรอในพื้นที่ 7 จุด ประกอบด้วย 1.กองบินตำรวจ ท่าแร้ง 2.สโมสรตำรวจ 3.พล.ม.2.(ข้างช่อง 5) 4.กองปราบปราม 5.โรงงานยาสูบ 6.สโมสรการท่าเรือ และ 7.โรงพยาบาลตำรวจ
ทั้งนี้ โรงพยาบาล 19 แห่ง โดยรอบพื้นที่การชุมนุมจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1.มิชชั่น 2.ศูนย์บริการสาธารณสุข 3.สุทธิสาร 4.ทหารผ่านศึก 5.ราชานุกูล 6.เวชศาสตร์เขตร้อน 7.เด็ก 8.พระมงกุฎฯ 9.ราชวิถี 10.สถาบันโรคผิวหนัง 11.ตำรวจ 12.จุฬาฯ 13.กรุงเทพคริสเตียน 14.เลิดสิน 15.ยาสูบ 16.เดชา 17.พญาไท 1 18.จักษุรัตนิน และ 19.บำรุงราษฎร์
ด้านนักท่องเที่ยวมีการตั้งศูนย์ทัวริสต์เฟรนด์ หรือ Tourist Friend Centre ราว 78 แห่ง ให้บริการนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. เป็นต้นไป ศูนย์ใหญ่จะตั้งอยู่ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก และมีศูนย์รอง 2 แห่ง ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองให้บริการนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชม. รวมทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครภายใต้ชื่อ ทัวริสต์เฟรนด์ ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เพื่อให้บริการคำแนะนำนักท่องเที่ยว โดยจะมีชุดเครื่องแบบเสื้อขาวตัวอักษรสีเขียว พิมพ์คำว่า Tourist Friend บนเสื้อ
สำหรับการตั้งเวทีชั่วคราว 7 จุด คือ 1.หน้าศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ 2.ห้าแยกลาดพร้าว 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.แยกปทุมวัน 5.สวนลุมพินี 6.แยกอโศกมนตรี 7.แยกราชประสงค์ นั้นส่งผลกระทบต่อ 16 เส้นทางสายหลัก ได้แก่ สุขุมวิท พระราม 1 พระราม 4 สีลม ราชดำริ ราชปรารถ พญาไท พหลโยธิน อโศก รัชดาภิเษก ราชวิถี ดินแดง ประชาสงเคราะห์ วิภาวดี ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ
นอกจากนั้น ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องอีก 10 เส้นทาง ได้แก่ 1.ถนนพหลโยธิน 2.รัชดาภิเษก 3.จรัญสนิทวงศ์ 4.บำรุงเมือง 5.จักรพรรดิพงษ์ 6.พระราม 6 7.ราชสีมา 8.สาทร 9.พระราม 9 และ 10.สมเด็จพระเจ้าตากสิน นอกจากนั้นยังคาดว่าผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปปิดสถานที่สำคัญ 31 แห่ง
ไม่ว่าจะจัดเตรียมรับมือปัญหาจราจรโกลาหลกันหลายทางแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าประชาชนคงจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางแก้ไขที่ดีที่สุดหากไม่มีธุระปะปังอะไรขอให้อยู่ที่บ้านจะสบายที่สุด







