posttoday
สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย

สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย

07 พฤษภาคม 2553

 

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยมี 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ไม่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง 2.ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม 3.การปฏิรูปสื่อ 4.การตั้งคณะกรรมการอิสระในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐ และ 5.กระบวนการปฏิรูปการเมืองให้เป็นที่ยอมรับก่อนจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันเป็นพลังขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวข้ามจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

สำหรับจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการตั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย คือการดึงพลังจากทุกภาคส่วนผ่านการทำงานอย่างบูรณาการ 2 ระดับ กล่าวคือ (1) การบูรณาการระดับประเทศในการวางกรอบการปฏิรูปประเทศไทยเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมให้มีความเท่าเทียม โดยเฉพาะการสร้างระบบสวัสดิการสังคมให้มีความเข้มแข็งโดยมีตัวแทนแต่ละภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน

(2) การทำงานบูรณาการในระดับพื้นที่ จังหวัด และชุมชน เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประสบปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร หรือปัญหาหนี้นอกระบบ

ทั้งนี้ ระหว่างกระบวนการปฏิรูปจะเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น จะมีช่องทางให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นการร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ทางสังคมในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นช่องทางที่จะเปิดรับความคิดเห็น นอกจากช่องทางการสื่อสารที่รัฐบาลมีอยู่ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ตู้ ปณ. 1111 สายด่วนแล้วสื่อมวลชนทั่วไปก็สามารถเข้ามาร่วมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุและโทรทัศน์ แม้กระทั่งสถาบันการศึกษาทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเข้ามาร่วมกันเปิดเวทีรับฟังความเห็นได้

สำหรับกระบวนการในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย จะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ด้วยการดึงสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้ามาเป็นฝ่ายเลขานุการ และทางรัฐบาลจะดึงเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทำงาน เช่น เครือข่าย สสส. เครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ตัวแทนของภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ขณะที่โครงสร้างสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมกับดึงตัวแทนจากทุกองค์กรและทุกภาคส่วนร่วมเป็นกรรมการ 2.เครือข่ายใหญ่ในรูปแบบสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย จะเป็นกระบวนการที่เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1213 พ.ค.นี้ โดยนายกรัฐมนตรีจะรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนต่างๆ พร้อมกับวางเป้าหมายการจัดสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ด้วย

ทั้งนี้ ข้อเสนอต่างๆ ที่ได้จากการจัดสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย จะนำมาผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ และวาระเร่งด่วน ในปี 25532554 รวมทั้งจะนำไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อประกาศใช้ระหว่างปี 25552560 ถือเป็นการวางกรอบการทำงานและแก้ไขปัญหาประเทศชาติในระยะยาวต่อไป

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปข้างหน้า และการวางเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ร่วมกัน แม้ว่าสังคมจะมีความคิดเห็นที่ต่างกันอยู่บ้าง แต่อยากให้มองในมุมบวก ด้วยการนำความคิดที่แตกต่างกันนั้นมาเป็นพลังในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และสร้างเป้าหมายร่วมกันเพื่อนำพาประเทศไทยให้ก้าวพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท