ชงเพิ่มวงเงินคุ้มครองนักท่องเที่ยวตายเป็น5แสน
ชงเพิ่มวงเงินคุ้มครองนักท่องเที่ยวกรณีเสียชีวิต 5 แสนบาท จากเดิม 3 แสนบาท ดึงความเชื่อมั่น หวั่นม็อบยืดเยื้อทุบสงกรานต์กร่อย
ชงเพิ่มวงเงินคุ้มครองนักท่องเที่ยวกรณีเสียชีวิต 5 แสนบาท จากเดิม 3 แสนบาท ดึงความเชื่อมั่น หวั่นม็อบยืดเยื้อทุบสงกรานต์กร่อย
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมพิจารณาเพิ่มวงเงินคุ้มครองนักท่องเที่ยวในโครงการประกันภัยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2558 ได้รับวงเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ชดเชย 5 แสนบาท/คน กรณีบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง และทุพพลภาพจ่ายไม่เกิน 5 แสนบาท/คน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและสอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง(ม็อบ) ในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มพัฒนาความรุนแรงเกิดขึ้น
นอกจากนี้โครงการในปี2558 จะขยายความคุ้มครองให้กับนักท่องเที่ยวคนไทย เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันให้กับนักท่องเที่ยว แต่ขั้นตอนการตรวจสอบนักท่องเที่ยวคนไทยต้องมีความละเอียดรัดกุม สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวจริง เพื่อป้องกันการเคลมประกันที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
"การเพิ่มวงเงินประกันอาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ส่วนหนึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีมาตรการดูแลและคุ้มครองนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งกระทรวงจะนำเหตุการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพวันที่ 13 มี.ค.นี้ มาเป็นข้อมูลในการกำหนดรายละเอียด การจัดทำโครงการประกันปีต่อไป"นายสุวัตร กล่าว
ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมของบประมาณปี2558 ประมาณ 300 ล้านบาท เทียบกับปี2557 ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท หากเกิดกรณีฉุกเฉินเฉพาะหน้าที่ิอาจเกิดขึ้นในช่วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ กระทรวงจะนำงบประมาณในส่วนของการจัดเก็นค่าธรรมเนียมภาษีสนามบิน ซึ่งสำนักงานตรวจตนเข้าเมือง(สตม.) เบิกจ่ายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยกระทรวงได้รับ 700 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในโครงการประกันภัยฯ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
สำหรับความพร้อมรับมือกับการชัตดาวน์กรุงเทพ กระทรวงได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) สมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) เปิดศูนย์อำนวยการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว(Tourirt's Friend Center) ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสบปัญหาการเดินทาง โดยได้จัดรถตู้ รถบัส เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวให้คำนำแนะนำนักท่องเที่ยว 5 สถานีรถไฟฟ้า ได้แก่ สยาม พญาไท วงเวียนใหญ่ เอกมัย และสุวรรณภูมิ การจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วในจุดต่างๆ ขณะที่จัดตั้งศูนย์ฯ 3 จุดได้แก่ บริเวณการกีฬาแห่งประเทศไทย (สนามกีฬาหัวหมาก) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งคาดว่าในช่วงนั้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในกรุงเทพ ซึ่งตรวจสอบจากโรงแรมที่อยู่ในระบบที่ถูกต้อง ประมาณ 8 หมื่นคน- 1 แสนคน
นอกจากนี้กระทรวงได้เปิดให้บริการเบอร์โทรศัพท์ 02-314-1212 จำนวน 20 คู่สาย และเบอร์โทร 1155 ตำรวจท่องเที่ยว 1672 เบอร์โทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ตลอด 24 ชั่วโมง
นายสุวัตร กล่าวว่า หากสถานการณ์การชุมนุมยืดเยื้อรุนแรง เชื่อว่ากระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ เพราะไม่มีบรรยากาศทางการท่องเที่ยวที่ดี ขณะนี้ภาพรวมการเดินทางระหว่างวันที่ 1-9 ม.ค.ทีผ่่านมา เข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฉลี่ย 4-5 หมื่นคน/วัน และดอนเมืองเฉลี่ย 4 หมื่นคน/วัน เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย มีอัตราลดลงเฉลี่ย 20% ขณะที่จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ทยอยยกเลิกการเดินทางมาช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยคาดว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวจะเดินทางตลอดเดือนนี้ลดลง 4-5 แสนคน สูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามหลังเหตุการณ์ม็อบยุติ กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะร่วมมือกับททท. ภาคเอกชน ปรับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง แผนโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยว มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและตลาดคนไทยมากขึ้น โดยมองว่าการไม่มีรัฐบาลมาบริหารประเทศ อาจกระทบต่อบันทึกข้อตกลง เอฟทีเอด้านการท่องเที่ยวบางโครงการสะดุด รวมถึงการสร้างความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวอาจลดลง
นายสุวัตร กล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการกระทรวงการท่องเที่ยวทำงานตามปกติ โดยแต่งกายให้กลมกลืนกับผู้ชุมนุม
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าททท. กล่าวว่า ททท.ไม่ได้ประกาศหยุดงานแต่อย่างใด โดยอนุญาตให้พนักงานที่ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่บ้านได้







