posttoday
เสกสรรค์ชี้สังคมไทยอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ

เสกสรรค์ชี้สังคมไทยอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ

10 มกราคม 2557

อดีตผู้นำ14ตุลาฯ แถลงหนุนเลือกตั้ง ย้ำเป็นวิธีเดียวหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ ชี้สังคมไทยกำลังเดินบนปากปล่องภูเขาไฟ

อดีตผู้นำ14ตุลาฯ แถลงหนุนเลือกตั้ง ย้ำเป็นวิธีเดียวหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ ชี้สังคมไทยกำลังเดินบนปากปล่องภูเขาไฟ

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 เปิดเผยในการแถลงข่าวเปิดตัวเครือข่าย “สองเอา สองไม่เอา” ว่า ในฐานะพลเมืองธรรมดา ต้องการเห็นบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อมีสถานการณ์ที่ทำท่าจะให้สังคมไทยของเรา ไม่สามารถปรารถนาความสมถะนี้ก็ต้องการมีจุดยืนในฐานานุรูปของผู้สูงวัยคนหนึ่ง เป็นความต้องการปกติของมนุษย์ที่พยายามปฏิรูปสังคมที่เราสังกัดอยู่ กระแสปฏิรูปเกิดขึ้นเวลานี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นเรื่องดีที่เราต้องต้อนรับ เพราะกำลังบอกว่าสังคมของเรา ต้องปรับสมดุลอีกครั้งหนึ่ง

“การปรับสมดุล ต้องดึงสังคมออกจากแนวโน้มเชิงลบ แล้วไปสู่แนวโน้มเชิงบวก เพื่อเข้าสู่สังคมที่เป็นสุขอีกครั้งหนึ่ง การปฏิรูปมีทั้งวิธีการและเนื้อหาสาระ จึงตรงกับประเด็นที่ต้องคุยวันนี้ว่าทำไมปฏิรูปในกรอบของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยเป็นผลพวงของการปฏิรูปสังคมในอดีต การเลือกตั้ง หรือการมีสิทธิของประชาชน เป็นความพยายามการปฏิรูป มาจากความพยายาม กระทั่งเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อปฏิรูป เป็นต้นทุนที่มีอยู่แล้ว”นายเสกสรรค์ระบุ

นายเสกสรรค์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูป จำเป็นต้องรับฟังประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อหาประเด็น และสาระของการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การปฏิรูปประเทศมีผลลัพธ์ทั้งด้านบวก ลบ คนที่ได้เปรียบ ก็ต้องลดการได้เปรียบลง ขณะที่คนเสียเปรียบก็ต้องได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม คงต้องระมัดระวัง ไม่สามารถใช้วิธีการนอกกรอบประชาธิปไตยได้ เพราะไม่สามารถนำไปสู่ฉันทามติได้ และอาจนำไปสู่การกระทบกระทั่ง

“คนประกอบธุรกิจอาจมองการคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ หรือนายทุนอาจมีเรื่องเกี่ยวข้องกับภาครัฐ กรรมกรก็อาจมีปฏิรูปที่ดิน หรือต้องการประกันรายได้ เราจึงต้องมีกระบวนการในการหาฉันทามติในการเปลี่ยนแปลงสังคม การเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะเราต้องการภาครัฐและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมกันทำให้เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลสมควรจะได้รับฉันทามติจากคนส่วนใหญ่ก่อน แต่ไม่ใช่การมอบอำนาจให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการปฏิรูป สังคมไม่อาจคิดได้ว่าต้องปฏิรูปจากบนลงมาเพียงข้างเดียว แต่ต้องมีคนข้างล่างส่งขึ้นไป โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ขานรับ สิ่งนี้ทำไม่ได้ถ้าไม่มีระบอบประชาธิปไตย เพราะจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งเพิ่ม”นายเสกสรรค์กล่าว

นายเสกสรรค์กล่าวอีกว่า ในเมื่อการปฏิรูปจำเป็นต้องอาศัยกรอบประชาธิปไตย กระบวนการปฏิรูป จำเป็นต้องปราศจากความรุนแรงมารบกวน ปราศจากกระบวนการนอกระบบที่อยู่นอกกฎเกณฑ์ของระบอบประชาธิปไตย สังคมไทยกำลังเดินบนปากปล่องภูเขาไฟ เราต้องมีสติ ไม่อนุญาตให้ตนเองพลัดตกลงไปในหล่มที่ไม่อาจกลับคืนมาได้ เราต้องหวังอย่างเดียวคือสติและปัญญา เพราะเวลานี้สภาพบ้านเมือง กลไกรัฐไปคนละทิศละทาง ประชาชนรู้สึกว้าเหว่ เหมือนไม่มีคนคุ้มครอง เลยเวลานั้นไป ถึงขั้นประชาชนป้องกันตัวเองเป็นเรื่องน่ากลัว ต้องมีสติและปัญญาในการถอยจากสิ่งเหล่านี้

“สิ่งที่โต้แย้งในสังคม เดี๋ยวนี้เราใช้เหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาเถียงกันเพื่อบอกว่าความคิดเราถูกต้องกว่า ถ้าอยู่ในแวดวงการใช้เหตุผลก็ไม่เป็นไร หลายร้อยพันปี จิตวิญญาณแห่งยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกต้องหมุนไปสู่เสรีภาพ และความเป็นธรรม เราฝืนกฎเกณฑ์นี้จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย”อดีตผู้นำนักศึกษา14 ต.ค. กล่าว

นายเสกสรรค์ยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการรัฐประหารว่า หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่าสถานการณ์หลังการรัฐประหารแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ รัฐประหาร หลายครั้งนำไปสู่สงครามกลางเมือง เช่นหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ได้ผ่านสถานการณ์ที่ต้องรบกันเอง 50 กว่าจังหวัด แต่คนรุ่นเดียวกันยังรู้สึกว่าเป็นบาดแผลถึงทุกวันนี้ ซึ่งไม่อยากเห็นประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ขณะนั้นอีก เรายังมีเวลา โอกาส สติเสมอในการหลีกเลี่ยงบรรยากาศเช่นนั้น

“หลายคนวิเคราะห์ไว้แล้วว่าต้องเลี่ยงสงครามกลางเมือง แต่เราต้องตั้งสติว่าไม่เอาสิ่งเหล่านั้น และถ้าในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนอกระบบขึ้นมาจริงๆ ไม่มีใครคุมสถานการณ์ได้ ก็ไม่มีใครรู้ว่าเพื่อนพ้อง ฝ่ายอื่น จะมีปฏิกิริยาอย่างไร มันคงมีสภาพที่อันตราย กอบกู้ได้ยากลำบากมาก”นายเสกสรรค์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์