ปปช.ขีดเส้น"สมศักดิ์-นิคม"แก้ข้อหาใน27ม.ค.
ป.ป.ช.ขีดเส้น "สมศักดิ์-นิคม" แก้ข้อหาแก้รธน.27ม.ค. เตือน หากเพิกเฉยจะถือว่าไม่ติดใจ นัด308สส.สว.รับทราบข้อหา 15-17ม.ค.
ป.ป.ช.ขีดเส้น "สมศักดิ์-นิคม" แก้ข้อหาแก้รธน.27ม.ค. เตือน หากเพิกเฉยจะถือว่าไม่ติดใจ นัด308สส.สว.รับทราบข้อหา 15-17ม.ค.
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการไต่สวนคดีการถอดถอนและการดำเนินคดีอาญากับสว.และอดีตสส.ที่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสว. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.วันนี้ได้พิจารณากรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไปตามกำหนดที่ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ซึ่งนายสมศักดิ์ให้เหตุว่าติดภารกิจหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนนายนิคมติดภารกิจส่วนตัว
นายประสาท กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ประชุมป.ป.ช.มีความเห็นว่าจะใช้อำนาจตามข้อที่38ของระเบียบว่าด้วยการไต่สวนของป.ป.ช.เพื่อส่งเอกสารการแจ้งข้อกล่าวหาไปให้กับทั้งสองคนตามภูมิลำเนาผ่านทางไปรษณีย์พร้อมกับติดประกาศที่สำนักงานป.ป.ช.จังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของทั้งสองคนภายในวันที่13ม.ค. โดยเมื่อเอกสารของป.ป.ช.ดังกล่าวส่งถึงตามภูมิลำเนาแล้วให้ถือว่าทั้งสองคนรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และมีหน้าที่ที่จะต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช.ภายใน15วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 27 ม.ค.
"หากครบกำหนด27ม.ค.แล้วทั้งสองท่านยังไม่มาชี้แจง ตามระเบียบของป.ป.ช.จะถือว่าไม่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งป.ป.ช.ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิ์ชี้แจงสามารถทำได้ควบคู่ทั้งทางวาจาหรือเป็นเอกสาร หรือจะนำทนายมาร่วมรับฟังก็ได้" นายประสาท กล่าว
นายประสาท กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีอดีตสส.และสว.อีก308คนที่เพิ่งถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ทางป.ป.ช.กำหนดให้มาทยอยรับข้อกล่าวหาที่สำนักงานป.ป.ช.ที่สนามบินน้ำในระหว่างวันที่ 15-17ม.ค. โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถใช้สิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช.ไปในคราวเดียวกันได้ แต่หากผู้ใดไม่มารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดป.ป.ช.ก็จะดำเนินการตามระเบียบเหมือนกับกรณีของนายสมศักดิ์และนายนิคมต่อไป
ทั้งนี้กรอบเวลาในการให้สิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงต่อป.ป.ช.สามารถขยายเวลาออกไปได้ตามเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งป.ป.ช.สามารถใช้ดุลพินิจอนุญาตเป็นรายกรณีได้ตามความเหมาะสม
ส่วนการพิจารณาคดีในส่วนความผิดอาญา ทางป.ป.ช.ได้ไต่สวนควบคู่กันไป แต่ในประเด็นนี้จะมีความเข้นข้นมากกว่ากรณีของการถอดถอนเพราะจะต้องดูไปถึงเจตนาด้วย







