
รวบหลักฐานเชือดยิ่งลักษณ์ผิดกฏหมายเลือกตั้ง
พฤติกรรมหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร สส.ตกเป็นที่จับตามองของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อลำดับ 1 กำลังส่อเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ
พฤติกรรมหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร สส.ตกเป็นที่จับตามองของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อลำดับ 1 กำลังส่อเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า พรรคได้มอบหมายให้สาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป.รวบรวมข้อมูลของยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่การเดินสายต่างจังหวัดพบว่ามีการใช้กลไกรัฐอำนวยความสะดวกหรือไม่ เพราะคำพูดของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ที่ใส่ร้ายพรรค ปชป.ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารมีการทุจริต รวมถึงกรณีที่โฆษณาโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่มีการยุบสภา เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องของรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยใช้ประโยชน์ในการหาเสียงว่าจะสานงานต่อ จึงเข้าข่ายผิดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.ได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า
จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรค ปชป. ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนา แต่กลับใช้งบประมาณสำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการรับจำนำข้าวให้กับตัวเอง ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับได้เงิน แต่ชาวนากลับไม่ได้เงิน นอกจากนี้ การโฆษณาดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วย เพราะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ถือว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น
“มีการจ่ายค่าโฆษณาโครงการรับจำนำข้าวในสื่อหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ มีรายละเอียดระบุว่า ใครนำใบประทวนมายื่นไวได้เงินไว ซึ่งเหมือนเป็นการสัญญาว่าจะให้ซึ่งข้อความตรงกับป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยว่าจะสานต่อนโยบายเดิม ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และเป็นงบประมาณของกระทรวงใด เพราะถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น” จุฤทธิ์ กล่าว
ด้านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้
ด้าน สตง.ให้เหตุผลว่ามีความกังวลและห่วงใยต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจำนวน 3,885 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเลือกตั้งของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งในและต่างประเทศที่จะต้องเสียไป เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความสูญเปล่า ไม่ประหยัด ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินมิได้ผลตามเป้าหมายของการเลือกตั้ง สส. และอาจจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปหลายครั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ การจัดเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงมิให้เกิดความเสียหายต่อการใช้จ่ายเงินแผ่นดินจำนวนมาก จึงมีข้อเสนอแนะให้ กกต.มีการพิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 2 ก.พ. เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุด







