posttoday
ศาลปกครองจ่อยกฟ้องโครงการน้ำ3.5แสนล้าน

ศาลปกครองจ่อยกฟ้องโครงการน้ำ3.5แสนล้าน

09 มกราคม 2557

ศาลปกครอง นั่งพิจารณาคดีค้านโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทครั้งแรก จ่อยกฟ้อง เหตุไม่อยู่ในอำนาจ ยกฟ้องนายกฯ ให้ทำประชาพิจารณ์

ศาลปกครอง นั่งพิจารณาคดีค้านโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทครั้งแรก จ่อยกฟ้อง เหตุไม่อยู่ในอำนาจ ยกฟ้องนายกฯ  ให้ทำประชาพิจารณ์

วันที่ 9 ม.ค. ศาลปกครองสูงสุด ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีค้านโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยนัดให้คู่กรณีแถลงด้วยวาจาต่อองค์คณะตุลาการ  คดีนี้นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน เพื่อขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง หรือเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลงวันที่ 30 กันยายน 2556 หรือกำหนดมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเป็นที่สุด

นายสุพจน์ โตวิจักษ์ชัยกุล เลขานุการคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) แถลงว่า รัฐบาลได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ดำเนินการโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งพื้นที่สร้างเขื่อน และสร้างฟลัดเวย์ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่การการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม(EHIA) โดยนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนรับทราบว่าหากดำเนินการแล้วจะเกิดผลกระทบกับประชาชนอย่างไร และทางเลือกอื่นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหากไม่ก่อสร้างเขื่อน

สำหรับการดำเนินโครงการแบบดีไซน์บิวด์ (Design build)เป็นข้อดี เนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินโครงการ ให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน และสภาพแวดล้อม หลังได้ศึกษาผลกระทบแล้ว ยืนยันไม่เกิดค่าโง่ เนื่องจากมีการดำเนินการแบบ garantee maximum price ด้วย

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น คณะตุลาการผู้แถลงคดี  พิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งไม่มีผลผูกพันต่อองค์คณะ  โดยเห็น ว่า ศาลปกครองสูงสุดควรมีคำพิพากษาดังนี้ 1.ไม่รับคำขอให้เพิกถอนการจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำและขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 จัดทำประชามติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 2.ยกฟ้องนายกรัฐมนตรี และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และ 3 เนื่องจากเห็นว่า แผนแม่บทบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลเป็นนโยบายบริหารของรัฐบาล ไม่ใช้การใช้อำนาจทางปกครอง จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองในการรับพิจารณาและ 3.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 หรือกบอ.นำแผนปฏิบัติการ และดำเนินการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ทั้ง 9 โมดูลไปจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะกบอ.ที่ละเลยต่อหน้าที่ ไม่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสอง แต่ในส่วนของการต้องรับฟังรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาตรา 67 วรรคสอง เห็นว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ดำเนินการ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ได้กำหนดขั้นตอนในการที่จะดำเนินการไว้แล้วจึงยังไม่ถือว่า ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้ศาลจะนัดประชุมคณะตุลาการเพื่อพิจารณา ก่อนนัดคู่กรณีรับฟังคำตัดสินอีกครั้ง

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีเป็นไปตามที่ต้องการ คือ ให้ กบอ.นำโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ทั้งโมดูลที่ 1-6 และบี 1-5 ไปทำประชาพิจารณ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2548 ส่วนคำพิพากษาจะตรงตามความคิดเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีหรือไม่นั้น เร็วๆ นี้คาดว่าจะได้รู้ และเมื่อมีคำพิพากษาออกมาจะสร้างบรรทัดฐานของกฎหมาย ให้การปฏิบัติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรค 2 และมาตรา 67 วรรค 2

ทั้งนี้ เชื่อว่ารัฐบาลต้องกลับไปดูแลข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน โดยต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นทั้งโครงการ ก่อนที่จะไปลงนามทำสัญญาใดๆ แต่ศาลเห็นว่าการทำประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการหลังจากศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาไปแล้ว และถือว่าเป็นอำนาจของรัฐบาล จึงไม่รับประเด็นนี้มาพิจารณาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ให้เพิกถอนแผนแม่บท

บริเวณด้านหน้าศาลปกครองสูงสุดวันนี้ กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทอาทิ กลุ่มเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นจ.แพร่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีน นครปฐมกลุ่มคนรักแม่กลองราชบุรี มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) เป็นต้นได้เดินทางมาคัดค้านโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทโดยเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าว เพราะไม่ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถามความเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง รวมถึงสุขภาพประชาชนและความเป็นไปได้ทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชนในหลายพื้นที่

ภาพ เฟซบุ๊ก Sasin Chalermlarp

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท