posttoday
วิกฤต...การเมืองไทย โอกาสตลาดหุ้นไทย

วิกฤต...การเมืองไทย โอกาสตลาดหุ้นไทย

09 มกราคม 2557

ผมคิดว่าในเวลานี้คุณผู้อ่านหลายต่อหลายคนคงมีความรู้สึกที่คล้ายๆ กับผมว่า ภายใต้วิกฤตการเมืองไทยที่สับสนวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ คงไม่ค่อยจะมีใครอยากจะลงทุนในตลาดหุ้นซักเท่าไร ตัวผมเองก็แทบจะไม่ได้ลงทุนเช่นเดียวกับคุณผู้อ่าน

ผมคิดว่าในเวลานี้คุณผู้อ่านหลายต่อหลายคนคงมีความรู้สึกที่คล้ายๆ กับผมว่า ภายใต้วิกฤตการเมืองไทยที่สับสนวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ คงไม่ค่อยจะมีใครอยากจะลงทุนในตลาดหุ้นซักเท่าไร ตัวผมเองก็แทบจะไม่ได้ลงทุนเช่นเดียวกับคุณผู้อ่าน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผมยังต้องเขียนบทความที่เกี่ยวกับการลงทุนอยู่ ผมจึงหยุดที่จะค้นคว้าหาข้อมูลมาเขียนบทความไม่ได้ ผมจึงเริ่มศึกษาแนวทางการลงทุนในช่วงวิกฤต โดยเปรียบเทียบกับช่วงวิกฤตที่ผ่านๆ มา

หลังจากที่ได้ศึกษาแล้วก็ทำให้ผมต้องรู้สึกประหลาดใจกับข้อมูลที่ผมพบ ซึ่งผมได้รวบรวมและทำสรุปออกมา และอยากให้คุณผู้อ่านที่เป็นและไม่เป็นนักลงทุนได้อ่านกันซักหน่อย บทความนี้จะเป็นบทความที่ชี้ให้เห็นถึง “โอกาส” ในตลาดหุ้นไทย...ในยามวิกฤตการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

หนึ่ง ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะฟื้นกลับมาระดับเดิม ส่วนใหญ่มักจะกินเวลาไม่ถึงปี

ก่อนอื่นผมอยากพาคุณผู้อ่านกลับไปดูเหตุการณ์ทางการเมืองในบ้านเราที่เข้าขั้นวิกฤตหลายต่อหลายครั้งเสียก่อน เริ่มจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1720 พ.ค. ของปีนั้น ก่อนหน้าเหตุการณ์พบว่า ดัชนีเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2535 อยู่ที่ 832.39 จุด พอถึงวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงพฤษภาทมิฬ ดัชนีก็ตกลงมาเหลือเพียง 667.84 จุด คิดเป็นลดลงเกือบ 20% พอมาถึงวันที่ 18 ก.ย. ในปีเดียวกัน ดัชนีก็ทะยานขึ้นกลับมาบริเวณเดิมที่ 835.45 จุด ซึ่งคิดเป็นเวลาทั้งหมดเพียง 5 เดือน ดัชนีก็กลับมายืนในบริเวณจุดเดิมได้

นอกจากนั้น ช่วงสิ้นปีดัชนียังทะยานขึ้นต่อไปอีก โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2535 ดัชนีพุ่งไปถึง 963.03 จุด

เหตุการณ์สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เหตุการณ์โรงแรมรอยัลคลิฟ และเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ต่อเนื่องที่กินระยะเวลายาวนานที่สุด

เริ่มต้นเราไปดูดัชนีก่อนเกิดวิกฤต ซึ่งพบว่าเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2551 ดัชนีอยู่ที่ 709.35 จุด พอเหตุการณ์สนามบินเกิดขึ้น ดัชนีก็ร่วงลงอย่างรุนแรงลงมาเรื่อยๆ จนวันที่ 24 พ.ย. ของปีนั้น ดัชนีมาอยู่ที่ 386.12 จุด หรือคิดเป็นลดลงเกือบ 46%

หลังจากเหตุการณ์ที่สนามบิน ดัชนีก็เริ่มกระเตื้องขึ้นบ้าง โดยวันที่ 5 ม.ค. 2552 ดัชนีไปปิดที่ 478.69 จุด แต่สถานการณ์ทางการเมืองก็ยังไม่ดีขึ้น จนถึงวันที่ 11 เม.ย. 2552 ก็มีเหตุการณ์ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ และตามมาด้วยเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยในวันรุ่งขึ้น

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มคลี่คลายลงในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. ของปีนั้น เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ตลาดหุ้นจึงปิดทำการตลอด และเริ่มมาเปิดในวันที่ 16 เม.ย. โดยตลาดมาปิดที่ 452.97 จุด

หลังจากนั้นมาก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ จึงทำให้ดัชนีค่อยๆ ทะยานขึ้นโดยตลอด และพอมาถึงวันที่ 11 ก.ย. 2552 ดัชนีก็มาปิดที่ 707.81 จุด ซึ่งเป็นระดับพอๆ กับก่อนเกิดวิกฤต โดยกินระยะเวลาทั้งสิ้นยาวนานถึง 13 เดือน และดัชนีตลาดหุ้นผันผวนขึ้นลงสูงถึง 46%

เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1319 พ.ค. 2553 เหตุการณ์ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก และมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นบ้านเราตกลงไปมากนัก ซึ่งอาจมีเหตุผลหลักมาจากตลาดหุ้นต่างประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้นหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 โดยตลาดหุ้นไทยก่อนเกิดความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 ดัชนีตลาดปิดที่ 812.63 จุด หลังจากนั้นดัชนีก็เริ่มลดน้อยถอยลง และมาถึงจุดต่ำที่สุดในช่วงนี้ที่ 721.29 จุด เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ของปีนั้น หลังเหตุการณ์ความรุนแรงผ่านไปแล้วเพียงสัปดาห์เดียว หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 11% พอมาถึงวันที่ 6 ก.ค. ดัชนีก็ดีดกลับมาอยู่ในระดับก่อนวิกฤต โดยปิดที่ 815.52 จุด ซึ่งกินเวลาเพียง 3 เดือน ดัชนีตลาดหุ้นก็ดีดตัวกลับมาอยู่ที่เดิม

หลังจากนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยก็ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมาปิดที่จุดสูงสุดของปี 2553 ที่ 1,049.79 จุด เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2553 คิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 46% จากระดับดัชนีในช่วงวิกฤตของปีนั้น

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า เหตุการณ์ที่ราชประสงค์นี้มีผลทางลบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย...ในระดับที่น้อยมาก

คุณผู้อ่านคงพอเห็นภาพบ้างแล้วนะครับว่า วิกฤตการเมืองในเมืองไทยเท่าที่ผ่านมามักจะกินเวลาถึงปี ดังนั้นหากข้อมูลในอดีตยังพอใช้ได้ วิกฤตการเมืองในครั้งนี้...ผมก็ขอให้จบลงในเร็ววันเหมือนเหตุการณ์วิกฤตในอดีต

บทความเรื่อง “วิกฤต...การเมืองไทย โอกาส...ตลาดหุ้นไทย” มีอยู่ด้วยกัน 2 ตอน ในตอนจบผมจะพาคุณผู้อ่านไปดูเรื่องของความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และโอกาสในการทำกำไรในหุ้นบางกลุ่ม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท