posttoday
ไม้ตายทึ้งเงินธกศ.อุ้มจำนำข้าว

ไม้ตายทึ้งเงินธกศ.อุ้มจำนำข้าว

09 มกราคม 2557

แม้ว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.รักษาการของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...จตุพล สันตะกิจ/บากบั่น บุญเลิศ

แม้ว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.รักษาการของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยังไม่มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท มาใช้จ่ายเงินให้ชาวนาที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/2557 ที่ยังไม่ได้เงิน เนื่องจาก ครม.รักษาการจะต้องทำหนังสือไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าการกู้เงินดังกล่าวในช่วงรัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่

ทั้งๆ ที่คนในรัฐบาลต่างรับรู้อยู่แก่ใจว่า การกู้เงินล็อตนี้สุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (3) ที่ห้ามไม่ให้รัฐบาลรักษาการ “อนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อครม.ชุดต่อไป”

แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากบอกความจริงกับชาวนาว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาทถึงจุดจบไปแล้ว เพราะกลัวว่าจะเสียคะแนนเสียงทางการเมือง

ขนาด กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ซึ่งรู้อยู่เต็มอก ยังออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่า กกต.จะอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาทแน่นอน เพราะโครงการรับจำนำข้าวนาปี 2556/2557 ที่ใช้กรอบวงเงิน 2.7 แสนล้านบาท เป็นโครงการต่อเนื่องที่ ครม.มีมติอนุมัติตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2556 ก่อนที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะประกาศยุบสภา

“เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจหากทำเรื่องกู้เงิน ครม.ก็จะขอความเห็นชอบจาก กกต.เสียก่อน เมื่อ กกต.เห็นชอบจะนำเรื่องการกู้เงินเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และตอนนี้เราก็จ่ายให้ชาวนาไปเรื่อยๆ โดยให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินให้ชาวนาไปก่อน” กิตติรัตน์ ระบุ

เป็นตัวสะท้อนว่ารัฐบาลรักษาการของยิ่งลักษณ์จะพยายามยื้อโครงการรับจำนำข้าวที่นับวันจะขาดทุนย่อยยับอับจนออกไปจนเฮือกสุดท้าย

โดยมีไม้ตายอยู่ที่ “คนอื่นสั่งเบรก จนจ่ายเงินให้ชาวนาไม่ได้ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยผิด”

เมื่อเป็นเช่นนี้ โจทย์ในการหาแหล่งเงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวจึงตกมาเป็นภาระ ธ.ก.ส. ที่ต้องนำสภาพคล่องของธนาคารมาจ่ายเงินค่าข้าวเปลือกไปก่อน แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงของธนาคารจะไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะเกรงว่าจะเป็นสัญญาณที่สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงินกับ ธ.ก.ส.

“ถ้าพูดเรื่องเงินจำนำข้าวตอนนี้เป็นประเด็นที่อ่อนไหวทีเดียว เราอึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะคนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้อยู่แล้ว และถ้า ธ.ก.ส.เอาสภาพคล่องมาช่วยจ่ายเงินค่าข้าวไปก่อน เราเองก็หวั่นเหมือนกันว่าผู้ฝากเงินจะมองธนาคารเราอย่างไร” แหล่งข่าว ธ.ก.ส. บอกเล่าความอึดอัด

แต่ในที่สุดแล้ว ครม.ก็บีบให้ ธ.ก.ส.อยู่ในภาวะจนตรอกและต้องนำสภาพคล่อง 5.5 หมื่นล้านบาท ออกมาจ่ายเงินค่าข้าวแทนรัฐบาลไปก่อนจนสำเร็จ หลังจากคณะกรรมการธนาคารใช้เวลาค่อนวันกล่อมให้ผู้บริหาร ธ.ก.ส.ยอมทำตาม ไม่เช่นนั้นมีหวังรัฐบาลจะต้องเผชิญม็อบชาวนาผสมโรงกับม็อบการเมือง

นั่นเพราะในการประชุม ครม.วันที่ 7 ม.ค. กิตติรัตน์และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง สั่งให้ผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส.รอหน้าห้องประชุม ครม. เพื่อจะเรียกมาชี้แจงเกี่ยวกับสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. แต่ก็ไม่มีการเรียกตัวผู้บริหาร ธ.ก.ส.เข้ามาชี้แจงในห้องประชุม ครม.แต่อย่างใด

แต่เป็นกิตติรัตน์ที่รายงาน ครม. ว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556 มีการใช้เงินกู้หมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว 4.63 แสนล้านบาท

จึงเหลือวงเงินกู้ที่จะนำมาจ่ายค่าข้าวเปลือกอีก 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินทุน ธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาท ที่เหลือกรอบเงินกู้อยู่ 2.29 หมื่นล้านบาท และเงินกู้ที่ สบน.จัดหาให้ 4.1 แสนล้านบาท ที่ยังเหลือกรอบเงินกู้อีก 1.32 หมื่นล้านบาท

ทว่าทันทีที่การประชุม ครม.เสร็จสิ้น มีการประชุมรัฐมนตรีชุดเล็กที่มีกิตติรัตน์นั่งหัวโต๊ะ และหนีบเอาผู้บริหาร ธ.ก.ส.มาร่วมวงประชุมด้วย จากนั้นกิตติรัตน์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในระหว่างที่รอคำตอบว่า กกต.จะอนุญาตให้กู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท แต่ ธ.ก.ส.จะสำรองจ่ายเงินให้ชาวนาไปก่อน

เป็นการมัดมือธนาคารรัฐชกข้างเดียว...

กระทั่งในช่วงเย็น ธ.ก.ส.เรียกประชุมผู้บริหารธนาคารเป็นการด่วน และตกลงว่า ธ.ก.ส.จะนำสภาพคล่อง 5.5 หมื่นล้านบาทมาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนาไปก่อน โดยอ้างอิงมติบอร์ด ธ.ก.ส. วันที่ 8 พ.ย. 2556ที่ให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินค่าข้าวเปลือกในโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ได้

เป็นการ “พลิ้วไหวในเหตุผล” ที่ยากจะเข้าใจ

ลึกและลับข้อมูลวงในเล่าให้ฟังถึงท่าทีที่อ่อนลงของ ธ.ก.ส.ว่าเกิดจากการที่กิตติรัตน์ลงทุนไปกล่อมคณะผู้บริหาร ธ.ก.ส. ขอให้นำสภาพคล่องของธนาคารมาจ่ายเงินค่าข้าวให้กับชาวนาไปก่อน

โดยได้ตกลงเป็นสัญญาใจกันไว้ว่า รัฐบาลจะจัดให้กองทุนหรือหน่วยงานภาครัฐที่มีเงินที่ไม่มีภาระ หรือมีการฝากเงินกับสถาบันการเงินอื่นๆ นำเงินมาฝากไว้กับ ธ.ก.ส. เพื่อนำเงินก้อนนั้นออกมาเป็นเงินสำรองจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว

แต่รัฐบาลจะไม่เข้ามายุ่มย่ามกับสภาพคล่องปกติของ ธ.ก.ส.

นอกจากนี้ หากขาดทุนจากการดำเนินการก็สามารถตั้งบัญชีมาขอรับการชดเชยจากรัฐบาลได้

เงื่อนปัจจัยเหล่านี้ จึงเป็นที่มาว่าเหตุใด ธ.ก.ส.จึงจำยอมนำสภาพคล่องของธนาคารมาจ่ายให้ชาวนา

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ธ.ก.ส.ปฏิเสธบ่ายเบี่ยงมาตลอดว่าจะไม่นำสภาพคล่องปกติของธนาคารมาสำรองจ่ายค่าข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเด็ดขาด

แต่ในที่สุด ธ.ก.ส.ก็หลงคารมฝ่ายการเมือง ทั้งๆ ที่รับรู้อยู่เต็มอกว่าการนำเงินไปจำนำข้าวมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง และธนาคารต้องแบกต้นทุนไว้กับตัวเองอีกนาน

และรู้ทั้งรู้ว่าการกระทำเช่นนั้นอาจขัดกับมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดกรอบการใช้เงินจำนำข้าวไว้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยใช้เงินสภาพคล่องของธนาคารไม่เกิน 9หมื่นล้านบาท

ทันทีที่ ธ.ก.ส.ยินยอมจะนำสภาพคล่องเข้าไปอุ้มเงินค่าข้าวแทนรัฐบาล ส่งผลให้ม็อบชาวนาที่ก่อหวอดในหลายพื้นที่สลายตัวรอรับเงินอยู่บ้านกันอย่างสบายใจ แม้จะมีเสียงค้านจากสหภาพ ธ.ก.ส. ว่า ธ.ก.ส.ไม่มีหน้าที่นำเงินไปจ่ายในโครงการนี้ แต่เป็นรัฐบาลที่ต้องหาเงินมาให้ ธ.ก.ส.

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดดูเหมือนว่าการนำสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.มาจ่ายค่าข้าวเปลือกของชาวนาทำท่าจะมีอุปสรรคขัดข้อง เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลจะนำเงิน ธ.ก.ส. 5.5 หมื่นล้านบาทมาจ่ายค่าข้าวก่อน จะต้องหารือกับ กกต.เช่นกัน

“แม้จะเป็นการนำสภาพคล่อง ธ.ก.ส.มาจ่าย แต่สภาพคล่องของ ธ.ก.ส.ถือเป็นเงินกู้ ซึ่งไม่ต่างกับกรณีที่ สบน.ไปกู้เงิน 1.3 หมื่นล้านบาท จึงต้องหารือกับ กกต.ก่อน” แหล่งข่าวจากสตง.ให้ความเห็น

แต่ทว่ายังมีเงื่อนปมสำคัญที่ล็อกไม่ให้รัฐบาลรักษาการกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวได้ เพราะมติ ครม.เดือน ก.ย. 2555 และ มิ.ย. 2556 ระบุว่า การใช้เงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกไม่เกิน 4 แสนล้านบาท และใช้เงินทุนจาก ธ.ก.ส.ไม่เกิน 9 หมื่นล้านบาท

ขณะที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2556 โดยยืนยันว่าเงินที่จะใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 ที่ ครม.อนุมัติต้นเดือน ก.ย. 2556 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท จะต้องเป็นไปตามหลักการที่ ครม.อนุมัติว่าจะต้องใช้กรอบวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะต้องมีการระบายข้าวเพื่อนำเงินกลับมาเข้าคลังเพื่อที่จะใช้วงเงินนี้

เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า การกู้เงินจำนำข้าวปี 2556/2557 ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามจะทำไม่ได้หากเงินกู้ในโครงการเกินกรอบ 5 แสนล้านบาท และ ครม.รักษาการไม่สามารถแก้ไขมติ ครม.เดิมได้

การกู้เงินมาใช้ในโครงการกรอบใหม่ในโครงการรับจำนำข้าว จึงสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายอย่างยิ่ง

แต่หากไม่กู้เงินมาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนา มีหวังเกิดม็อบชาวนาผุดเป็นดอกเห็ดมาขย่มรัฐบาลที่กำลังจนตรอกอยู่แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท