
ยื่นถอดถอนซ้ำแก้ม.190
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากคดีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และสมาชิกรัฐสภา รวม 383 คน ถูกร้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง และกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 วรรค 1 การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดุล คานอำนาจ ก่อให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับฝ่ายบริหาร
ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง กล่าวว่า คำวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 1 มีผลทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป จากนี้ไป 15 วัน ผู้ร้องหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะเข้าชื่อ 2 หมื่นคน เพื่อนำคำตัดสินไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกร้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หาก ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา ผลจะออก 2 ทาง คือ การถอดถอน โดย ป.ป.ช. จะต้องยื่นเรื่องต่อวุฒิสภา ส่วนคดีอาญาจะต้องยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย
สำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดของนายชัยณรงค์ ช่างเรือ กับพวกรวม 29 คน ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ให้วินิจฉัยคุ้มครองชั่วคราว เหตุไม่สามารถยื่นลงรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ได้ ศาลมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจ และให้จำหน่ายคดี ว่าที่ผู้สมัครจึงจะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป







