
ศก.ไทยกระเจิง
กสิกรคาดม็อบยืดเยื้อโตแค่2-2.5%หวั่นธุรกิจบริการ-ท่องเที่ยวทรุดทูตผวาปิดสนามบินตัดน้ำตัดไฟ
กสิกรคาดม็อบยืดเยื้อโตแค่2-2.5%หวั่นธุรกิจบริการ-ท่องเที่ยวทรุดทูตผวาปิดสนามบินตัดน้ำตัดไฟ
กสิกร หวั่นการชุมนุมยืดเยื้อถึงไตรมาส 2 เศรษฐกิจโต 2-2.5% มูดี้ส์ปรับลดจีดีพีไทย
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากความไม่แน่นอนทางการเมืองยังไม่จบ ไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ และลากยาวออกไปจนถึงไตรมาส 2 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจเติบโตเหลือเพียง 2-2.5% จากที่ประเมินไว้ว่าจะขยายตัวได้ 4.5%
นายธีรนันท์ กล่าวว่า หลังจากนี้ธนาคารจะต้องทบทวนแผนธุรกิจในปีนี้จากที่วางเป้าหมายโตสินเชื่อ 9% เพราะแผนธุรกิจถูกจัดทำภายใต้สมมติฐานว่าเศรษฐกิจจะโต4.5%
“การโตได้ 2.5% ก็ยังมีเงื่อนไขว่าส่งออกจะต้องดีด้วย เพราะปีนี้ปัจจัยบวกตัวเดียวของไทยคือการส่งออกที่จะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ถ้าส่งออกยังไม่ดีอีก อาจโตได้ 0.5%” นายธีรนันท์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเป็นห่วงประเด็นเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจได้รับผลกระทบท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สดใสทางการเมือง เช่น ลูกค้าในภาคบริการ ท่องเที่ยว
หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า สถานการณ์วิกฤตการ เมืองไทยในปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยแล้ว โดยมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ลงมาเหลือ 4.3% จากเดิม 5.2%
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติกลับยังไม่รู้สึกหวาดวิตกต่อปัญหาที่เกิดขึ้นมากนัก โดยนายมิเชล แลนดี โฆษกบริษัท สแปนสัน ผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกความจำในรถยนต์และในระบบอุตสาหกรรมจากสหรัฐ ระบุว่า ขณะนี้ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองยังไม่ส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจ
ขณะที่นายคาร์ลไฮนซ์ เฮคเฮาเซ่น ประธานหอการค้าไทยเยอรมัน ระบุว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันยังดำเนินไปได้ตามปกติ
วันเดียวกัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงสถานการณ์การเมืองของไทยต่อคณะทูตต่างประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ 63 คน โดยทูตฝรั่งเศสแสดงความกังวลว่าผู้ชุมนุมจะตัดไฟ และขอให้รัฐบาลมีมาตรการดูแลที่เพียงพอ ขณะที่ทูตเยอรมนีกังวลว่าจะมีการบุกยึดสนามบิน และที่เหลือวิตกกังวลเรื่องการเดินทาง







