
เพื่อไทยกระอักค่อนพรรคเสี่ยงเว้นวรรค5ปี
ปปช. เผยแพร่รายชื่อสว.และ อดีต สส. 308 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กรณีร่วมเสนอร่างแก้ไขรธน. ที่มาของส.ว. เป็นอดีตสส.พรรคเพื่อไทยถึง224 คน
คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมิชอบแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่รายชื่อสว.และ อดีต สส. จำนวน 308 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กรณีร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่วมพิจารณามีมติเห็นชอบในวาระที่ 1-2-3 โดยแยกเป็นอดีต สส.พรรคเพื่อไทย224 คน อดีตสส.พรรคชาติไทย 18 คน อดีต สส.พรรคชาติพัฒนา 7 คน อดีต สส.พรรคพลังชล 7 คน อดีต สส.พรรคมหาชน 1 คน และอดีต สส.พรรคประชาธิปไตย 1 คน สำหรับ สว.มีจำนวน 50 คน
แกนนำพรรคเพื่อไทยนำโดย โภคิน พลกุลคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค แถลงว่า การที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา สว.และอดีต สส. 308 คน สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว.นั้น ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาสามารถดำเนินการได้เพราะรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติห้ามเพียงการแก้ไขรูปแบบของรัฐและรูปแบบการปกครองเท่านั้น แต่สมาชิกรัฐสภาเพียงแก้ไขให้ที่มาของ สว.มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้เสนอให้แก้ไขรูปแบบของรัฐและการปกครอง ดังนั้นการกระทำของสมาชิกรัฐสภาไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68
อุดมเดช รัตนเสถียรอดีต สส.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า สส.และ สว.ทั้งหมดได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อแก้ไขที่มาของ สว.ให้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ทำได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับใช้อำนาจวินิจฉัยที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งถือว่ากรณีดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นตลอด 80 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ที่มีการวินิจฉัยถึงการเสียบบัตรแทนกันนั้นเป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่ได้หมายความว่าต้องเหมารวมเป็นการกระทำของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเพราะแม้แต่ รังสิมารอดรัศมี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังเคยกล่าวว่า มีการกระทำเสียบบัตรแทนกันเกิดขึ้นทุกพรรค ดังนั้น การลงมติโดยเสียบบัตรแทนกันเป็นความผิดเฉพาะตัวที่ไม่สามารถจะเหมารวมทั้งหมดได้
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่มีการแยกพิจารณาก่อนวินิจฉัยว่าสมาชิกกระทำผิด 308 คน และอีก 70 กว่าคนนั้นไม่ผิด ซึ่งมองว่าการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ หรือเข้าข่ายผิดมาตรา 68 ครั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วและมีผลผูกมัดทุกองค์กร ผู้ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นคือผู้เสนอและผู้ลงมติ ทั้งนี้ เมื่อป.ป.ช.ชี้มาเช่นนี้ก็ต้องเคารพคำตัดสิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงการกล่าวหา แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ได้เป็น สส.แล้วก็ตาม กระบวนการถอดถอนยังต้องเดินต่อไป เพราะยังมีผลไปถึงการตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี







