
หลินฮุ่ยส่อท้องเทียม 101 วันไม่เห็นตัวอ่อน
ทีมผสมเทียม เผย หลินฮุ่ย อาจจะเกิดภาวะท้องเทียม เนื่องจากยังไม่เห็นตัวอ่อน แต่มีฮอร์โมนระดับสูง
ทีมผสมเทียม เผย หลินฮุ่ย อาจจะเกิดภาวะท้องเทียม เนื่องจากยังไม่เห็นตัวอ่อน แต่มีฮอร์โมนระดับสูง
น.สพ.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนดาในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงความคืบหน้าของการติดตามการตั้งท้องของหลินฮุ่ย หรือ 101 วัน ของการตั้งท้องหลังการผสมเทียม ว่า พฤติกรรมของหลินฮุ่ยเช้านี้จนถึงบ่าย ใช้เวลาในห้องนาน ทั้งนอนหลับและกินอาหาร และเมื่อเปิดให้ไปใช้พื้นที่ส่วนจัดแสดง 2 ครั้ง หลินฮุ่ยเดินสำรวจส่วนจัดแสดงไปทั่ว รวมทั้งมุมก้อนหินและกองใบไผ่ แต่พฤติกรรมยังไม่เข้มข้น เพียงแต่กลับไปคล้ายหมีตั้งท้องใหม่อีกครั้ง คือไม่สนใจพี่เลี้ยง ดื้อ ใช้เวลานานในส่วนจัดแสดงและนอนพักเป็นส่วนใหญ่
"แต่ระดับฮอร์โมนวัดได้ 200 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมคริเอทินิน เรียกว่าคงที่เป็นวันที่ 4 วันแล้ว จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการตั้งท้องจะสิ้นสุดลง หรือว่าจะคลอดหรือไม่คลอด ต้องตามดูพฤติกรรมต่อไป ขณะนี้การอัลตร้าซาวด์ครั้งใหม่เตรียมพร้อมแล้ว ทั้งกรงบีบและการให้อาหาร โดยเฉพาะแอปเปิ้ลของโปรด เพื่อให้หลินฮุ่ยลงนอนเพื่อทดสอบ แต่จากการที่บ่ายวานนี้ภาพที่เห็นยังไม่ชัดเจนว่ามีตัวอ่อนที่จะยืนยันการตั้งท้องได้ แผนต่อไปพรุ่งนี้ (9 มกราคม) ทีมงานจึงประสานไปยังคณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ขอยืมเครื่องอัลตร้าซาวด์ที่มีขนาดใหญ่แบบโมบายที่มีศักยภาพสูงกว่ามาตรวจสอบ เพื่อความชัดเจนพร้อมเจ้าหน้าที่ชำนาญการ จากเดิมที่เครื่องเล็กอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง พรุ่งนี้น่าจะมีคำอธิบายได้มากกว่านี้"
น.สพ.บริพัตร กล่าวว่า ยังได้ประสานไปทางกรุงเทพฯ เพื่อเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยอัลตร้าซาวด์และตรวจสอบภาพร่วมกัน เพื่อดูว่าในท้องหลินฮุ่ยยังมีลูกน้อยอยู่หรือไม่ เพื่อตอบคำถามประชาชนคนไทยที่อยากทราบข่าว ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากเราไม่สามารถวิเคราะห์ได้ง่าย ขณะนี้ทีมงานค่อนข้างหนักใจมากสำหรับคำตอบที่หลายคนสงสัย ทั้งที่ห้องทำงาน ห้องแล็ป ของเรามีความพร้อมและทันสมัยไม่แพ้ต่างประเทศ แต่แพนดาเป็นสัตว์ที่มีความมหัศจรรย์ที่เราเองก็อยากตอบคำถามว่าภายในท้องหลินฮุ่ยมีแพนดาน้อยหรือไม่
"ทุกขั้นตอนได้แจ้งทางการจีนตลอด ทั้งเรื่องการตรวจอัลตร้าซาวด์ซึ่งต้องทำไปดูไป เพื่อดูตำแหน่งว่าถูกต้องของมดลูกในท้องหรือไม่ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำและมองดู ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที มาดูให้ชัดเจน ปกติจีนไม่นิยมการอัลตร้าซาวด์แต่รอให้คลอดเลย ส่วนฝั่งที่ใช้การตรวจลักษณะนี้คือสหรัฐอเมริกา การอัลตร้าซาวด์ เป้าหมายของการตรวจคือกระเพาปัสสาวะจะมีขอบเขตสีขาวเป็นตัวตั้ง ก่อนที่จะค้นหามดลูกและปีกมดลูกซึ่งอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ และตรวจกวาดไปซ้าย-ขวา ตามความชำนาญของสัตวแพทย์ ซึ่งการตรวจล่าสุดเมื่อ 14.30 น.วานนี้ (7 ม.ค.) ประมาณ 15 นาที ไม่พบภาพความชัดเจนใดๆ ว่ามีตัวอ่อนในมดลูก เพราะหลินฮุ่ยไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ก็เป็นจุดเดียวกับที่เราเคยตรวจสอบพบเส้นกระดูกสันหลังครั้งก่อน"
น.สพ.บริพัตร กล่าวว่า พฤติกรรมของการท้องจริงและท้องเทียมไม่ต่างกัน ยกเว้นว่าจะมีการคลอดลูกแพนดาออกมาหรือไม่ในตอนจบเท่านั้น หากฮอร์โมนตกต่ำสุดเป็นศูนย์และไม่คลอดภายใน 5 วัน จึงจะประกาศว่าฤดูผสมพันธุ์ปีนี้สิ้นสุด เพียงแค่ตั้งท้องจากการผสมเทียมแต่การตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ ข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่ผสมเทียมแพนดาจากทั่วโลก พบว่าบางกรณีมีการตั้งท้องลากยาว 6 เดือน เวลาคลอดออกมามีสีขาวคาดดำเรียบร้อย เพราะตัวอ่อนเจริญในมดลูกยาวนานก่อนคลอดออกมา ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ ฮอร์โมนลากยาวไปเรื่อย ซึ่งวันนี้ระดับฮอร์โมนของหลินฮุ่ย 190-200 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมคริเอทินิน เรียกว่ายังสูงกว่าระดับปกติ 10 เท่า จึงยังไม่สามารถประกาศว่าการตั้งครรภ์สิ้นสุด และรังไข่ยังคงมีเนื้อเยื่อผลิตฮอร์โมนตัวนี้ออกมาพยุงการตั้งครรภ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปนี้คือสถานภาพในขณะนี้







