
พท.พร้อมแจงปปช.ยันสภาแก้ที่มาสว.ได้
พท.พร้อมแจงข้อกล่าวหา ปปช. ยันสมาชิกรัฐสภามีอำนาจแก้ที่มา สว. ด้าน "เรืองไกร" ไล่ปปช.สอบ "ภักดี" นั่งเก้าอี้ขัดกฎหมาย
พท.พร้อมแจงข้อกล่าวหา ปปช. ยันสมาชิกรัฐสภามีอำนาจแก้ที่มา สว. ด้าน "เรืองไกร" ไล่ปปช.สอบ "ภักดี" นั่งเก้าอี้ขัดกฎหมาย
เวลา 14.30 น.ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรค นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.นนทบุรี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ร่วมแถลงถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) แจ้งข้อกล่าวหา 308 สส. สว. เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา
นายโภคิน แถลงยืนยันว่า การแจ้งข้อกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว. นั้นยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาสามารถดำเนินการได้ เพราะรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติห้ามเพียงการแก้ไขรูปแบบของรัฐ และรูปแบบการปกครองเท่านั้น แต่สมาชิกรัฐสภาเพียงแก้ไขให้ที่มาของ สว. มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้เสนอให้แก้ไขรูปแบบของรัฐและการปกครอง ดังนั้นการกระทำของสมาชิกรัฐสภาไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68
นายอุดมเดช กล่าวว่า สส.และสว.ทั้งหมดได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อแก้ไขที่มาของ สว. ให้มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ทำได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับใช้อำนาจวินิจฉัยที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งถือว่ากรณีดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นตลอด 80 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามที่มีการวินิจฉัยถึงการเสียบบัตรแทนกันนั้น เป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่ได้หมายความว่าต้องเหมารวมเป็นการกระทำของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด เพราะแม้แต่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังเคยกล่าวว่า มีการกระทำเสียบบัตรเเทนกันเกิดขึ้นทุกพรรค ดังนั้นการลงมติโดยเสียบบัตรแทนกันเป็นความผิดเฉพาะตัวที่ไม่สามารถจะเหมารวมทั้งหมดได้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทางพรรคเพื่อไทยพร้อมชี้แจงในประเด็นทั้งหมดต่อ ปปช.ในลำดับต่อไป
นายเรืองไกร กล่าวว่า ปปช.มีการดำเนินเรื่องอย่างเร่งรีบ ทั้งๆ ที่มีคดีที่ใกล้ขาดอายุความมากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น กรณีการฟ้องร้องนายถาวร เสนเนียม เรื่องการจัดตั้งคณะบุคคลของภรรยา แต่ปปช.ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ สะท้อนว่าการเร่งรีบดำเนินการเพื่อส่งผลต่อกลุ่มการเมืองใดหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หนึ่งในประเด็นที่ ปปช. กล่าวหา คือ เรื่องการจัดทำร่างปลอม แต่ถามว่าภายใน ปปช.เอง มีปปช.ปลอมจะจัดการอย่างไร กรณีนายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการ ปปช. ซึ่งมีการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปปช. โดยประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองฯ (คปค.) เมื่อปี 2549 แต่ประกาศดังกล่าวกำหนดให้ลาออกจากตำเเหน่งกรรมการของบริษัทภายใน 15 วันนับตั้งแต่ประกาศของ คปค.ใช้บังคับ โดยประกาศใช้บังคับวันที่ 22 ก.ย.ปี 2549 แต่นายภักดีซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด กลับยื่นลาออกจากกรรมการในวันที่ 15 ธ.ค. 2549 ซึ่งถือว่าพ้นจากกำหนด 15 วันขัดต่อประกาศของ คปค.
นอกจากนี้การยื่นหนังสือลาออกของนายภักดีนั้นยังยื่นไปยังองค์การเภสัชกรรม แต่ขัดกับ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แก้ไขเพิ่มเติมปี 2549 ที่ระบุให้การลาออกต้องยื่นต่อบริษัทเท่านั้นในที่นี้ คือ บริษัทองค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด จึงไม่แปลกใจที่เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ปี 2555 ทางบริษัทองค์การเภสัชกรรมจึงมีหนังสือว่ายังไม่ได้รับหนังสือลาออกจากนายภักดีแต่อย่างใด
กรณีจึงอยากถามว่านายภักดีที่อยู่ในชุดคณะกรรมการไต่สวนเรื่องคดี 308 สส.สว.ยังคงสามารถดำรงตำแหน่ง ปปช.ต่อไปเเละสามารถดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้ยื่นร้องไปยัง ปปช.หลายครั้ง แต่ยังไม่เคยมีการชี้แจงใด ๆ และการแถลงเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา นายภักดีหลบหน้าไม่ออกมาแถลงมติของปปช.รวมถึงเรื่องที่ถูกร้องเรียนไปด้วย







