
ศอ.รส.เตรียมออกคำสั่งปฎิบัติการรับมือชัตดาวน์
ศอ.รส.เตรียมแผนรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ สนธิกำลังตำรวจ-ทหาร 96 กองร้อยดูแลความสงบเรียบร้อย ให้ออกจากราชการตำรวจพกปืนเสพไอซ์เข้าม็อบ
ศอ.รส.เตรียมแผนรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ สนธิกำลังตำรวจ-ทหาร 96 กองร้อยดูแลความสงบเรียบร้อย ให้ออกจากราชการตำรวจพกปืนเสพไอซ์เข้าม็อบ
เวลา 11.00 น. วันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. แถลงการเตรียมความพร้อมรองรับแผนปิดกรุงเทพ ของกลุ่ม กปปส. วันที่ 13 มกราคมที่จะถึงนี้ ว่า ศอ.รส. เตรียมออกคำสั่งปฎิบัติการเฉพาะกิจ ดูแลพื้นที่ในวันดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รอบพื้นที่ที่มีการชุมนุม จำนวน 7 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจุดอื่นๆในพื้นที่ต่างจังหวัด
โดยในประชุม ศอ.รส. ได้มีมอบหมายและแบ่งหน้าที่ในส่วนต่างๆ เช่น การวางแผนการจราจร, แผนการรักษาพื้นที่, การตั้งจุดตรวจสกัด, แผนการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด, แผนการดูแลคุ้มครองความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจลที่เข้าไปปฎิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ และดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุม
ทั้งนี้กองกำลังผสมที่เข้าดูแลนั้น ประกอบด้วย ตำรวจ 56 กองร้อย ดูแลพื้นที่ 10 แห่ง และทหาร 40 กองร้อย ดูแลพื้นที่ 20 แห่ง
อย่างไรก็ตาม จากการข่าว พบว่า หลังจากนี้ จะมีมวลชนหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรม เช่น กลุ่มวีโวต กลุ่มแอนตี้พาวเวอร์ ซึ่งทาง ศอ.รส. ได้ออกคำสั่งเฉพาะกิจ เพื่อดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมเป็นต้นไป พร้อมเน้นป้องกันเหตุ ไม่ให้เกิดความรุนแรง ป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างกลุ่มที่มีความเห็นต่าง รวมทั้ง อำนวยความสะดวกจราจรให้กับประชาชน การรักษาพื้นที่ ด้วยการตั้งจุดตรวจป้องกันเหตุ และแผนการดูแลคุ้มครองประชาชน ตำรวจ และสื่อมวลชน
ขณะที่ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันท์ ผู้บังคับการตำรวจสารนิเทศ กล่าวชี้แจงการจับกุมตัว ส.ต.อ.ทภัทร เพ็ชรอาวุธ ผู้บังคับหมู่ฝ่ายพิพิธภัณฑ์ กองสารนิเทศ พร้อมของกลางอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน และยาไอซ์ หนัก 0.5 กรัม ในพื้นที่ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน เมื่อวานนี้ ว่า ตำรวจนายนี้ไม่ได้รับมอบหมายให้ไปปฎิบัติหน้าที่ใดๆเกี่ยวกับการชุมนุม และมีประวัติการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ทั้งที่ ผู้บังคับบัญชา ได้เคยตักเตือนเป็นการส่วนตัวและในที่ประชุมมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้จัดตั้งกรรมการพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยร้ายแรง เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงการหลบเลี่ยงไม่มาปฎิบัติหน้าที่ในวันที่ 16-17 มกราคม และขาดงานราชการวันที่ 18-19 มกราคม รวมทั้งพิจารณามีคำสั่งให้อแกจากราชการในลำดับต่อไป







