
หนุ่มแปดริ้วเครียดถูกล้อเสื้อแดงปีนเสาสูงหวังกระโดดฆ่าตัวตาย
หนุ่มก่อสร้างชาวแปดริ้ว ถูกเพื่อนคนใต้ต่อว่าเป็นพวกเสื้อแดง เครียดจัดปีนเสาโครงเหล็กโฆษณาสูงเท่าตึก 7 ชั้น กลางสี่แยกปฐมพร เจ้าหน้าที่เจรจานานหลายชั่วโมงจึงยอมลง
หนุ่มก่อสร้างชาวแปดริ้ว ถูกเพื่อนคนใต้ต่อว่าเป็นพวกเสื้อแดง เครียดจัดปีนเสาโครงเหล็กโฆษณาสูงเท่าตึก 7 ชั้น กลางสี่แยกปฐมพร เจ้าหน้าที่เจรจานานหลายชั่วโมงจึงยอมลง
ร.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ร้อยเวร สภ.ย่อยปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่ามีคนปืนขึ้นไปอยู่บนยอดเสาป้ายโฆษณา บริเวณสี่แยกไฟแดง ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หมู่ 9 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงประสานไปยังนักจิตวิทยา รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ชีพเทศบาลต.วังไผ่ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่ริมถนนย่านการค้าหนาแน่น มีชาวบ้านและผู้ใช้รถใช้ถนนจอดรถออกมายืนมุงดูจำนวนมาก พบว่าที่ยอดเสาโครงเหล็กโฆษณา สูงเท่ากับตึกขนาด 7 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ มีชายหนุ่มปีนขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเสา ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจ้า สร้างความหวาดเสียวให้ชาวบ้านที่มุงดูจำนวนมาก
ต่อมาทราบภายหลังว่าชื่อ นายสุรไกร วินัยพูล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298 / 2 หมู่.2 ต.คลองตะเกา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา มีนายกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา ปลัดจ.ชุมพร นายสุทิน พยักฆ์ หน.ชุดเฉพาะกิจ จ.ชุมพร นายมาโนช ธัญญาบัตร นายกเทศมนตรีต.วังไผ่ และนักจิตวิทยาจากรพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ช่วยกันเจรจาโน้มน้าวให้นายสุรไกรลงมาจากยอดเสา แต่ไม่เป็นผล และไม่ยอมเจรจาพูดคุยด้วย ยังคงลุกยืนลุกนั่งเดินปีนป่ายเป็นที่หวาดเสียวอย่างยิ่ง
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานกว่าหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอรถกระเช้าของการไฟฟ้าพร้อมส่งคนขึ้นไปเจรจา แต่ก็ยังไม่เป็นผล นายสุรไกรยังไม่มีทีท่าจะผ่อนคลายแต่อย่างใด เพียงบอกให้ทุกคนออกไปให้หมดแล้วตนจะลงเอง เจ้าหน้าที่จึงต้องขอร้องให้บรรดาไทยมุงให้ออกไปจากพื้นที่ เพราะจะสร้างความกดดันผนวกกับความร้อนจากแสงแดดที่แผดเผา อาจจะทำให้นายสุรไกรเกิดความเครียดโดดลงมาจากยอดเสาได้
ขณะไทยมุงที่มายืนดูบางคนไม่พอใจที่สร้างปัญหาด้านการจราจร และทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต่างโห่ร้องตะโกนบอกให้นายสุรไกรโดดลงมาเลย และมีชายวัยรุ่นบางคนใช้หนังสติ๊กยิงขึ้นไปบนยอดเสาดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาไล่ และขอให้ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไปจากจุดเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน จนในที่สุดนายสุรไกรได้ตัดสินใจลงมาจากยอดเสาด้วยความปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งอกของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
จากการสอบถาม นายสุรไกร กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาที่ชุมพรเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว โดยมารับจ้างเป็นช่างเชื่อมเหล็กอยู่กับนายต้อยไม่ทราบชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นคนใต้ โดยนายต้อยจะคอยหางานให้เป็นช่วงๆ มีบ้างไม่มีบ้าง ซึ่งตนได้อาศัยหลับนอนอยู่ที่โกดังร้างของสถานีรถไฟชุมพร บริเวณหน้าวัดชุมพรรังสรรค์ ในเขตเทศบาลเมืองชุมพร ตลอดระยะที่ทำงาน นายต้อยและเพื่อนๆ ที่ทำงานร่วมกันมักจะต่อว่าตนเป็นพวกกลุ่มเสื้อแดง พวกขายชาติอยู่เป็นประจำ จนตนเกิดความเครียด ไม่รู้จะทำอย่างไร เคยคิดจะกระโดดน้ำตาย และให้รถยนต์ชนหลายครั้ง จนมาครั้งนี้จึงตัดสินใจปีนโครงเหล็กเสาโฆษณาจะฆ่าตัวตาย เพราะเครียดที่ถูกต่อว่าเป็นพวกเสื้อแดง ทั้งที่ตนเองไม่ใช่พวกเสื้อแดง แต่เป็นคนมีพื้นเพเดิมอยู่ทางภาคอีสานเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังสอบปากคำนายสุรไกร เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่านายสุรไกร ยังพูดจาวกวน จับใจความไม่ค่อยได้มากนัก จึงให้แพทย์มาตรวจสุขภาพ พร้อมกินยาคลายเครียดและจัดหาที่นอนให้พักผ่อน เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่แท้จริง และประสานญาติรับตัวกลับภูมิลำเนาต่อไป







