
เล็งปัดฝุ่นผันน้ำโขงแก้อิสานแล้ง
พ่อเมืองอุดรธานีเตรียมฟื้นโครงการผันน้ำโขงเข้ามาใช้อิสานแก้ปัญหาภัยแล้ง
พ่อเมืองอุดรธานีเตรียมฟื้นโครงการผันน้ำโขงเข้ามาใช้อิสานแก้ปัญหาภัยแล้ง
นายสะดมภ์ อินทะแสน ผอ.สนง.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี ซึ่งเป็นตัวแทนของกรมชลประทาน กล่าวว่าจากการที่รัฐบาลไทยมีแนวคิดโครงการผันน้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 และได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบต่างๆมาเป็นระยะๆ และเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ครม.มีมติให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ โครงการจัดบริหารจัดการน้ำโขง-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันนอกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ทางกรมชลประทานได้มอบหมายให้บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาเป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้ในช่วงเวลา 7 เดือนที่ผ่านมานั้น ทางกรมชลประทานก็ได้มีการปรึกษาหารือกับบุคคลระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปได้ว่าในระดับนโยบายเห็นด้วยกับแนวความคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการผันน้ำโขงมาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคอีสานประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรมาโดยตลอด เพราะเนื่องมาจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น ฝนตกไม่สม่ำเสมอ กระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งจากการที่รัฐบาลและกรมชลประทานฯมีโครงกาสรที่จะผันน้ำโขงมาใช้ในภาคอีสาน น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในภาคอีสาน และยกสภาพชีวิตให้ดีขึ้นในอนาคต
เชื่อว่าหากสามารถหาน้ำมาให้ภาคอีสานได้นั้น จะยิ่งเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับภาคอีสานมากยิ่งขึ้น เนื่องเพราะในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการปลูกพืชพลังงาน เช่น ปาล์มน้ำ และพืชเศรษฐกิจหลักคือ ช้าวนาปรัง อย่างไรก็ตามโครงการก็จะต้องมีความเห็นชอบจากทุกฝ่ายและทุกส่วน โดยเฉพาะประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม และกล่าวเสียดายว่าแหล่งน้ำในภาคอีสานที่มีเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยได้รับการพัฒนาไปเท่าที่ควร เพราะการดำเนินการโครงการใดๆในประเทศไทย มักที่จะได้รับการคัดค้านจากฝ่ายต่างๆที่ไม่เห็นชอบด้วย โดยยกตัวอย่างที่ไม่ต้องการให้เสียโอกาสเหมือนกับโครงการเหมืองแร่โพแทชที่อุดรธานี ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 30 ปี แล้ว ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้
นายสะดมภ์ อินทะแสน ผอ.สนง.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี ซึ่งเป็นตัวแทนของกรมชลประทาน กล่าวว่าจากการที่รัฐบาลไทยมีแนวคิดโครงการผันน้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 และได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบต่างๆมาเป็นระยะๆ และเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ครม.มีมติให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ โครงการจัดบริหารจัดการน้ำโขง-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันนอกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ทางกรมชลประทานได้มอบหมายให้บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาเป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้ในช่วงเวลา 7 เดือนที่ผ่านมานั้น ทางกรมชลประทานก็ได้มีการปรึกษาหารือกับบุคคลระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปได้ว่าในระดับนโยบายเห็นด้วยกับแนวความคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการผันน้ำโขงมาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคอีสานประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรมาโดยตลอด เพราะเนื่องมาจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น ฝนตกไม่สม่ำเสมอ กระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งจากการที่รัฐบาลและกรมชลประทานฯมีโครงกาสรที่จะผันน้ำโขงมาใช้ในภาคอีสาน น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในภาคอีสาน และยกสภาพชีวิตให้ดีขึ้นในอนาคต
เชื่อว่าหากสามารถหาน้ำมาให้ภาคอีสานได้นั้น จะยิ่งเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับภาคอีสานมากยิ่งขึ้น เนื่องเพราะในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการปลูกพืชพลังงาน เช่น ปาล์มน้ำ และพืชเศรษฐกิจหลักคือ ช้าวนาปรัง อย่างไรก็ตามโครงการก็จะต้องมีความเห็นชอบจากทุกฝ่ายและทุกส่วน โดยเฉพาะประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม และกล่าวเสียดายว่าแหล่งน้ำในภาคอีสานที่มีเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยได้รับการพัฒนาไปเท่าที่ควร เพราะการดำเนินการโครงการใดๆในประเทศไทย มักที่จะได้รับการคัดค้านจากฝ่ายต่างๆที่ไม่เห็นชอบด้วย โดยยกตัวอย่างที่ไม่ต้องการให้เสียโอกาสเหมือนกับโครงการเหมืองแร่โพแทชที่อุดรธานี ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 30 ปี แล้ว ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้







