posttoday
ปิดกรุงเทพฯ

ปิดกรุงเทพฯ

07 มกราคม 2557

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ อำนวยอวยพรให้ท่านทั้งหลายและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญมีสุขภาพแข็งแรง คิดประสงค์สิ่งใดได้ตามที่ปรารถนาทุกประการ

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ อำนวยอวยพรให้ท่านทั้งหลายและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญมีสุขภาพแข็งแรง คิดประสงค์สิ่งใดได้ตามที่ปรารถนาทุกประการ

ในช่วงปีใหม่นี้แม้จะรู้สึกรื่นเริงตามเทศกาล แต่ก็ไม่สามารถที่จะฉลองได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพราะเป็นห่วงว่าจะมีการปิดกรุงเทพฯ ตามคำประกาศของผู้นำการชุมนุม ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ อย่างมาก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไปอีก จากเดิมที่การประเมินความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท บางสำนักประเมินความเสียหายหากมีการปิดกรุงเทพฯ ถึงกว่า 2 แสนล้านบาท แค่มีข่าวว่าจะปิดตลาดหุ้นได้ตกลงในวันแรกของการเปิดทำงานกว่า 67 จุด คิดเป็นมูลค่ารวมของตลาดลดลงกว่า 5.8 แสนล้านบาท และตั้งแต่มีการชุมนุมมาทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯลดต่ำลง คิดเป็นมูลค่ารวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลดลงกว่า 2 ล้านล้านบาทแล้ว ยังไม่รวมการท่องเที่ยวที่ซบเซา โดยเฉพาะการยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีฐานะและใช้จ่ายมากที่จะมีความกังวลอย่างมากในความไม่สงบ และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่ลดลงอย่างมาก

ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่นักลงทุนต่างประเทศกลัวที่สุด คือแนวคิดที่ไม่ตรงกับมาตรฐานสากล และมีการชุมนมที่สร้างความรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลโดยไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้ในสายตาของต่างประเทศเป็นการเรียกร้องระบอบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานสากลและเป็นการชุมนุมที่มีความรุนแรงทั้งการปิดสถานที่ราชการ มีการต่อสู้ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อีกทั้งจะมีการปิดเมืองหลวง

ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตประเทศจีนเคยเป็นประเทศที่นักลงทุนญี่ปุ่นไปลงทุนมากที่สุด แต่ต่อมาได้มีกระแสการประท้วงประเทศญี่ปุ่นในเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลก โดยมีการประท้วงและบุกเผาโรงงานอุตสาหกรรมของชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก และยังมีความขัดแย้งเพิ่มเติมในพื้นที่พิพาทในหมู่เกาะเตียวหยู ทำให้การลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศจีนลดลงอย่างมากจนมีปริมาณน้อยกว่าการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในอินโดนีเซีย อินเดีย และไทย ดังนั้น หากนักลงทุนต่างประเทศเริ่มมองเห็นว่าผู้ชุมนุมในประเทศไทยเริ่มไม่มีเหตุผลก็จะส่งผลต่อการลงทุนจากต่างประเทศอย่างแน่นอน

ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้นักลงทุนต่างประเทศได้นำเงินออกจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างรวดเร็วจนทะลุ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว

ดังนั้น จึงอยากให้ผู้นำการชุมนุมได้เปลี่ยนใจและอย่าได้ทำร้ายประเทศไปมากกว่านี้ และการที่ผู้นำฝ่ายค้านเดินสายเยี่ยมหน่วยงานเอกชน เช่น สภาหอการค้าไทย องค์กรปราบคอร์รัปชั่น ฯลฯ เพื่อขอแนวทางการปฏิรูปนั้น อยากให้ผู้นำฝ่ายค้านได้ใช้เวลาไปโน้มน้าวผู้นำการชุมนุมที่เป็นอดีตเลขาพรรค รวมถึงแกนนำผู้ชุมนุมที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์แทบทั้งหมดให้ล้มเลิกความคิดที่จะปิดกรุงเทพฯ จะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและทำความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก

การปิดกรุงเทพฯ ทำให้นึกถึงการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในปี 2551 ที่ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและทำลายความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก แม้เวลาจะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้นำการชุมนุมเลียนแบบและจะปิดกรุงเทพฯ บ้าง โดยอาจคิดว่าสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

อีกเรื่องที่เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก แม้กระทั่งจากสื่อต่างประเทศก็คือการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดูเหมือนจะอยากให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งมากกว่าอยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะตั้งแต่แรกๆ ที่เข้ารับตำแหน่งก็เสนอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งแล้ว ต่อมาก็ได้แสดงเจตนาที่อยากให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งหลายหน นอกจากนี้ ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าสถานที่รับสมัครในการเลือกตั้งจะมีปัญหา แทนที่จะเปลี่ยนสถานที่กลับปล่อยให้มีปัญหา และแทนที่จะดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มาขวางไม่ให้ผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง กลับให้ความเห็นว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งไม่น่าจะใช่ และล่าสุดออกมาบอกว่าไม่สามารถที่จะขยายวันรับสมัครเลือกตั้งใน 28 เขตที่มีปัญหาได้ ทั้งๆ ที่ในข้อกฎหมายให้สิทธิของ กกต.สามารถดำเนินการได้เอง แต่กลับบอกว่าสามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ ทั้งๆ ที่ในข้อกฎหมายไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เลย ทำให้สงสัยว่าอะไรคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของ กกต.กันแน่

ต้องขอยอมรับว่ารู้สึกเศร้าอย่างมากกับสถานะของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยังจำได้ดีว่าไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ทุกคนพูดถึงการตรียมพร้อมของประเทศไทยที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 โดยมีแผนงานพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม การพัฒนาพื้นที่ การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทุกอย่างดูมืดมนเหมือนหลงอยู่ในถ้ำ

คงต้องอาศัยความสำนึกของคนในชาติทุกคนที่จะต้องช่วยกันนำพาประเทศออกมาสู่แสงสว่าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท