
โวยชลประทานกั๊กน้ำฤดูแล้ง
ชาวนากรุงเก่าชอกช้ำนาล่มขาดทุนยับกาฬสินธุ์หนาวจัดเพาะปลูกไม่งอก
ชาวนากรุงเก่าชอกช้ำนาล่มขาดทุนยับกาฬสินธุ์หนาวจัดเพาะปลูกไม่งอก
ชาวนากรุงเก่าครวญชลประทานช้ำเติมกั๊กน้ำยามขาดแคลน พอฤดูฝนปล่อยน้ำท่วมนาล่ม
นายประทีป บุญแจ้ง แกนนำชาวนา ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้นำชาวนากว่า 200 คน ไปร้องเรียนกรมชลประทานที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี หลังจากเกิดภาวะน้ำในแม่น้ำป่าสักเริ่มแห้งขอด และลำคลองชลประทานสาขาไม่ส่งน้ำให้ทำนา
นายประทีป กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวนาได้สอบถามไปยังหน่วยงานชลประทานในพื้นที่ ได้รับคำตอบว่าน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณกักเก็บน้อย จึงต้องเดินทางไปดูให้เห็นกับตา และเรียกร้องต่อกรมชลประทานให้บริหารจัดการน้ำให้ดีกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ชุมชนในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะริมแม่น้ำจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมซ้ำซากจากน้ำเหนือหลากทุกปี เพราะกรมชลประทานมักอ้างว่าปริมาณกักเก็บน้ำในเขื่อนมีจำนวนมาก จำเป็นต้องระบายน้ำลงท้ายเขื่อน
“ทำให้ชาวนาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำป่าสักได้รับผลกระทบทุกปี ทำนาไม่ได้ แต่พอน้ำเหนือหลากหมดไป ก็ต้องมาประสบปัญหาภัยแล้งในทันที เพราะขาดน้ำทำนาแบบนี้ ซึ่งในรอบ 1 ปี พวกเราเจอแต่ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ต้องทำนาเพื่อหากินกันแล้ว” แกนนำชาวนา กล่าว
ด้านนายสนม ภู่นาค หนึ่งในแกนนำชาวนา ต.ปากจั่น กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีพื้นที่ประสบภัยแล้งขาดน้ำทำนาแล้วกว่า 1 แสนไร่ และมีพื้นที่วิกฤตหนัก ประมาณ 3 หมื่นไร่ ซึ่งต้นข้าวนาปรังรอบที่ 1 ของการเพาะปลูก หลังเกิดภาวะน้ำเหนือหลาก อายุกว่า 2 เดือน ที่เริ่มแตกกอและเตรียมตั้งท้องออกรวง ถือเป็นช่วงต้องการน้ำเพื่อการเจริญเติบโตอย่างมาก เมื่อขาดน้ำต้นข้าวต้องตายแน่นอน
ขณะที่เขื่อนลำปาวได้ปล่อยน้ำตามคลองส่งน้ำให้กับชาวนา ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพาะปลูกข้าวนาปรัง แต่กำลังประสบกับปัญหาสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด อุณหภูมิลดลงเหลือ 15 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ข้าวนาปรังที่ชาวบ้านทำการไถหว่านในช่วงนี้ไม่งอกเงยขึ้น
ทั้งนี้ ชาวนาหวั่นว่าเมล็ดข้าวอาจจะเน่า จึงต้องระบายน้ำออกเพื่อไม่ให้น้ำขัง โดยชาวบ้านยังบอกอีกว่า หากปล่อยทิ้งไว้นานหลายสัปดาห์ข้าวไม่งอกก็จะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาหว่านใหม่อีกรอบ
นอกจากนี้ ยังต้องเสียเงินลงทุนหลายรอบ ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็น เมล็ดข้าวส่วนใหญ่จะไม่งอกและงอกช้าลง ชาวบ้านจึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสำรวจและหาทางช่วยเหลือด้วย
นายฐปกรณ์ สาสุนีย์ ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้เกิดภาวะฝนแล้ง และฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติมีน้ำน้อย อีกทั้งยังหนาวจัด ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำของเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไว้ อาจเกิดความเครียด ไม่กินอาหารทำให้อ่อนแอ และอาจเกิดโรคระบาดปลา ดังนั้นสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำ หรือการช่วยเหลือได้ที่สำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่







