ดีเอสไอเร่งออกหมายจับ33กปปส.ศอ.รสขู่ประชาชนปิดเมืองผิดกม.
รัฐบาลใช้ทุกกลไกฝ่ายความมั่นคงออกมาสกัดแผนปิดกรุงเทพฯ เริ่มจาก ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวน ว่าที่ประชุมมีมติขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำกลุ่ม กปปส.จำนวน 33ราย ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มาตามหมายเรียก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอ้างเพียงติดภารกิจชุมนุม
รัฐบาลใช้ทุกกลไกฝ่ายความมั่นคงออกมาสกัดแผนปิดกรุงเทพฯ เริ่มจาก ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวน ว่าที่ประชุมมีมติขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำกลุ่ม กปปส.จำนวน 33ราย ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มาตามหมายเรียก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอ้างเพียงติดภารกิจชุมนุม
ทั้งนี้ วันที่ 7 ม.ค.พนักงานสอบสวนจะประชุมชุดปฏิบัติการย่อย 10 ชุด เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอหมายจับแกนนำ กปปส.ทั้ง 33 ราย ภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้ และจะออกหมายเรียกแกนนำ กปปส.แถวที่ 3 ซึ่งกลุ่มที่เป็นนักเคลื่อนไหวประมาณ15 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา
ธาริต กล่าวต่อว่า สำหรับแกนนำ กปปส.ที่เคยเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปิดสนามบิน จำนวน 9 ราย ที่ดีเอสไอเคยขอศาลถอนประกัน เนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัว และศาลได้นัดพิจารณาในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ดีเอสไอจะยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนถอนประกันเร็วขึ้น เนื่องจากแกนนำชุดดังกล่าวยังมีพฤติกรรมกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
วันเดียวกัน ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ โดย ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม แถลงว่า รัฐบาลมีหลักฐานชัดเจนว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ได้ร่วมกระทำความผิดเป็นกบฏ เพราะฉะนั้น บุคคลใดที่ไปให้การสนับสนุนหรือไปร่วมในการดำเนินการนั้นจะต้องร่วมรับผิดไปด้วย
“ไม่ว่าจะเป็น พี่น้อง ลูกหลาน หรือแม้แต่พ่อแม่ ผมขอร้องให้ช่วยเตือนกันเองว่าอย่าเข้าไปร่วม เพราะว่าในที่สุดแล้วถ้าเป็นคดีความหรือศาลจะตัดสินอย่างไรก็จะมีอยู่ในคดีเป็นเวลาหลายๆ ปี” รมว.ยุติธรรม กล่าว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า อยากขอร้องผู้ชุมนุมอย่าปิดสถานที่ราชการ ไม่ต้องการให้สถานที่ราชการถูกปิดหรือตัดน้ำตัดไฟ เพราะจะทำให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปลำบาก
นายกฯ ยังได้ตอบคำถามสื่อถึงความเป็นไปได้ในการออก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินว่า รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยความละมุนละม่อม อดทน อดกลั้น ซึ่งเห็นใจทุกๆ ฝ่าย ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นทางเลือกสุดท้าย
ความเคลื่อนไหวของกองทัพ พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า กองทัพบกจัดกำลังพลกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย ที่มาจากหน่วยต่างๆ ร่วมดูแลความปลอดภัยอาคารสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2556 จำนวน 5 กองร้อย จากทั้งหมด 20 กองร้อย และ ล่าสุดเพิ่มอีก 20 กองร้อย
แหล่งข่าว ทบ.เปิดเผยว่า ผบ.ทบ.มีคำสั่งห้ามทหารที่มาช่วยดูแลความสงบพกอาวุธ แต่ให้ใช้แค่โล่ กระบองเท่านั้น และห้ามเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม







