
กกร.ดิ้นช่วยกันเองฝ่าม็อบ
กกร.ไม่สนรัฐ หาทางช่วยกันเอง จัดเทรดแฟร์ดันค้าชายแดน หวั่นบาทอ่อนดันราคาน้ำมันพุ่ง
กกร.ไม่สนรัฐ หาทางช่วยกันเอง จัดเทรดแฟร์ดันค้าชายแดน หวั่นบาทอ่อนดันราคาน้ำมันพุ่ง
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ต่างเป็นห่วงต่อกรณีที่ กปปส.จะยึดกรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค.นี้ โดยแต่ละองค์กรได้มีการแจ้งต่อสมาชิกถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจสะดุด
นอกจากนี้ ที่ประชุม กกร.ยังได้หารือถึงแนวทางที่ภาคเอกชนจะช่วยเหลือกันเองในช่วงที่เกิดปัญหาการเมือง โดยเห็นร่วมกันว่าต้องเร่งเปิดตลาดในประเทศที่มีศักยภาพโดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี ด้วยการจัดเทรดแฟร์ในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยให้ผู้ประกอบการ ที่มีศักยภาพสูงในแต่ละคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป็นแกนกลางในการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของทั้งคลัสเตอร์ เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการสื่อสารระหว่างกัน
สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่เวลานี้แม้จะอ่อนค่าไปถึง 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เอื้อต่อการส่งออก แต่ก็กระทบต่อผู้นำเข้าสินค้า โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานที่คาดว่าใน 23 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเห็นต้นทุนพลังงานของผู้ประกอบการสูงขึ้น
“กกร.มีคณะที่ทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งจะมีการทำข้อมูลเพื่อกระจายไปให้สมาชิกสามารถติดตามสถานการณ์ค่าเงิน และสามารถเข้าถึงการป้องกันความเสี่ยงได้ทั่วถึง โดยสมาคมธนาคารไทยรับที่จะเข้าไปดูแลการป้องกันความเสี่ยงในแต่ละเซ็กเตอร์อุตสาหกรรมให้” นายอิสระ กล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อจะกระทบกับเศรษฐกิจ สำนักงานด้านเศรษฐกิจบางแห่งประเมินผลกระทบว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เพียง 3% ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศไทย และระดับเฉลี่ยของอาเซียน 5 ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตใกล้เคียงกันที่ 5% ทั้งนี้ ไทยมีมูลค่าเศรษฐกิจ 12 ล้านล้านบาท หากหายไป 2% เท่ากับหายไป 2.4 แสนล้านบาท







