
นับถอยหลังเชือด"ยิ่งลักษณ์"
"คดีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว.โดยมิชอบ"ฝ่ายคัดค้านรัฐบาลได้ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. เอาผิดต่อ 381 สส.-สว. รวมยิ่งลักษณ์
คดีสำคัญที่พรรคเพื่อไทยกังวลจะเป็นจุดเปลี่ยนให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องหลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เข้าสู่การนับถอยหลังด้วยใจระทึก
เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาสส.พรรคร่วมรัฐบาลและ สว. รวม 381 คน ในวันนี้ว่าจะเอาผิดทั้งหมดหรือเฉพาะรายบุคคล
"คดีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว.โดยมิชอบ"ฝ่ายคัดค้านรัฐบาลได้ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. เอาผิดต่อ 381 สส.-สว. ที่ลงมติเห็นชอบให้แก้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การลงมติครั้งนั้นขัดต่อกฎหมาย มีการเสียบบัตรแทนกัน-จัดทำร่างรัฐธรรมนูญปลอม-กระทำให้ได้อำนาจโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
จุดล่อแหลมในคดีนี้คือ ยิ่งลักษณ์ เป็น 1 ใน 381 คน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนั้นฝ่าย กปปส.และประชาธิปัตย์ ระบุว่า ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งจะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งหลายประเด็น ตำแหน่งใดที่ยิ่งลักษณ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
1.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2.นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชัดเจนว่า ตำแหน่ง สส.ของยิ่งลักษณ์ได้พ้นไปแล้วเพราะมีการยุบสภา ส่วนตำแหน่งนายกฯ ไม่เกี่ยวข้องด้วย เพราะลงมติในฐานะ สส.
เมธี ครองแก้ว อดีต กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าประเด็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องที่นักกฎหมายตีความแตกต่างกัน หากเป็นเหตุการณ์ปกติในกรณีที่นายกฯ หรือรัฐมนตรี ทำผิดและมีการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อแก้ข้อกล่าวหาแล้วแต่ทาง ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดนั้นผู้ที่ถูกชี้มูลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
ทั้งนี้ มีนักกฎหมายบางคนตีความว่า ขณะนี้เป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการภายหลังยุบสภาแล้ว จึงไม่ถือเป็นตัวจริง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเจตนารมณ์ของมาตรา270 271 272 ระบุเกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งนายกฯ และรัฐมนตรี คนที่มีความเกี่ยวข้องในการกระทำผิดจะต้องทำอะไรไม่ได้ ต้องหยุดทั้งหมด การอ้างเหตุว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปกตินั้นทำไม่ได้
เมธี กล่าวว่า ผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดจะต้องเจอผลที่ตามมา 2 ลักษณะ คือ 1.ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปที่วุฒิสภาขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง ถึงแม้ว่าถูกถอดถอนแล้วก็ยังต้องเจอโทษห้ามลงเล่นการเมืองอีก 5 ปี และ2.ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้อัยการเพื่อฟ้องในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานาน
อย่างไรก็ตามกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป.ป.ช. เคยอธิบายไว้ในรายการ "สภาท่าพระอาทิตย์"วันที่ 11 ธ.ค.ว่า ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สส.ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็ไม่มีผลเพราะมีการยุบสภาไปแล้ว แต่ถ้าส่งต่อไปที่วุฒิสภาแล้ว วุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่งก็จะทำให้ผู้นั้นถูกตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งคดีนี้มี สว. 55 คน ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วใช้คะแนน 3 ใน 5 ของจำนวน สส.ที่มีอยู่ลงมติถอดถอน
"ส่วนยิ่งลักษณ์ ซึ่งลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นการลงมติในฐานะ สส.ที่ตอนนี้ไม่ได้เป็น สส.แล้วจึงไม่มีผลอะไร แต่จะมีผลเมื่อวุฒิสภาลงมติถอดถอนซึ่งจะถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี แต่ถ้าร้องเรียนกล่าวหาในฐานะนายกฯ และถูกส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกฯ ด้วย"
พีรพันธุ์ พาลุสุข ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยระบุว่า ท้ายที่สุดหาก ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหาและนำไปสู่การชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ก็เป็นเพียงการชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ ในฐานะอดีต สส.บัญชีรายชื่อที่ลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 เท่านั้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนายกฯ
อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการลงสมัคร สส.ของยิ่งลักษณ์ ที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ1 เนื่องจากเป็นเพียงการชี้มูลความผิด ต้องรอให้ถึงกระบวนการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งที่ต้องให้วุฒิสภาลงมติถอดถอนเท่านั้น จึงจะมีปัญหาต่อการสมัครและดำรงตำแหน่ง สส.
ขณะเดียวกัน พีรพันธุ์ และคณะได้เดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้เลื่อนการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา381 สส.และ สว. ในวันที่ 7 ม.ค.ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า ป.ป.ช.เร่งไต่สวนเกินไป ทั้งที่คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นร้อยๆ คนแต่ไต่สวนผู้ร้องและพยานแค่ 6 ปาก ก็เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ป.ป.ช.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงให้เพียงพอก่อน จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ หาก ป.ป.ช.ยังไม่ให้ความเป็นธรรมก็จะพิจารณาดำเนินคดีกับ ป.ป.ช.ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ







