
"ปู"เผยพรก.ฉุกเฉินทางเลือกสุดท้าย
นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน ที่สุวรรณภูมิ วอน ชุมนุม 13ม.ค. อย่าปิดสถานที่ราชการ-ถนน หวั่นกระทบเศรษฐกิจ พรก.ฉุกเฉินทางเลือกสุดท้าย
นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน ที่สุวรรณภูมิ วอน ชุมนุม 13ม.ค. อย่าปิดสถานที่ราชการ-ถนน หวั่นกระทบเศรษฐกิจ พรก.ฉุกเฉินทางเลือกสุดท้าย
น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า จะยังไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพราะต้องดูว่าหากประกาศใช้แล้วผลที่ได้มาจะเป็นอย่างไร การบังคับใช้กฎหมายแรงจะยิ่งนำไปสู่ความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งการดูแลรักษาความสงบในขณะนี้ยังใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ป้องกันให้กรุงเทพมหานครอยู่ในความสงบ เน้นใช้ความละมุนละมอม
ทั้งนี้หากไม่เดินหน้าเลือกตั้ง ห่วงว่าภายหลังภาครัฐจะยิ่งเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนลงทุนลำบาก อย่างไรก็ตามเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 13 มกราคมนี้ จะกระทบความเชื่อมั่นด้านการเมือง และขอผู้ชุมนุมอย่าปิดสถานที่ราชการ เพราะหากเกิดความรุนแรงจนทำให้การแก้ไขปัญหาไม่สันติก็จะทำให้เหตุการณ์บานปลาย และการตัดน้ำตัดไฟบ้านของตนเองและ รัฐมนตรี ถือเป็นการละเมิดสิทธิ แต่ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสังคม เพราะอย่างไรก็ตามตนเองและรัฐมนตรีก็ต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อไป โดยนายกฯย้ำว่าควรใช้เวทีปฎิรูปประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเห็นต่างนี้ ทั้งนี้การเดินสายพบสื่อมวลชนเป็นการเดินหน้าสร้างความเข้าใจ แต่ไม่ได้เป็นการโน้มน้าว เพราะเวทีปฎิรูปประเทศไทยต้องมีทุกกลุ่มเข้าร่วม
นอกจากนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน14กองร้อย รวม 2,250 นาย จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 12 กองร้อย ทหารบก และทหารเรือ 2 กองร้อย ที่ให้การรักษาความปลอดภัยโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง
ทั้งนี้ พ.ต.อ.นพดล ศรสำราญ รองผบก.ระยอง เป็นผู้รายงานและต้อนรับนายกฯ พร้อมขอให้นายกฯมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่รักษาประชาธิปไตยให้คงไว้ และส่งเสียงตะโกนนายกฯสู้ๆ







