posttoday
ผิกกฏหมายเสียงข้างมาก

ผิกกฏหมายเสียงข้างมาก

06 มกราคม 2557

จะออกเดินทุกครั้งไป ไม่ต้องขอ

จะออกเดินทุกครั้งไป ไม่ต้องขอ

เพียงแต่รอสัญญาณการนัดหมาย

จะนัดอีกสักกี่ครั้งก็จะไป

ไปขับไล่อันธพาล มารแผ่นดิน

การรวมพลปิดกรุงเทพฯ ในวันจันทร์หน้า วันที่ 13 ม.ค. จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับมวลมหาประชาชนที่จะออกมาเดินบนถนนเพื่อแสดงให้รัฐบาลเห็นว่า พวกเขาไม่ต้องการรัฐบาลหุ่นเชิดชุดนี้

ผมเชื่อว่าจำนวนคนที่จะออกมาครั้งนี้ ยังมีเป็นจำนวนมาก เป็นคนที่มีความรู้สึกเดียวกับกลอนข้างต้น เป็นความรู้สึกร่วมกันของคนไทยที่ทนไม่ได้กับความอหังการของรัฐบาลหุ่นเชิดนี้

มีคนจำนวนมากที่แม้ไม่ต้องการระบอบทักษิณ แต่ก็มีคำถามว่า เดินแล้วจะได้อะไร ปิดกรุงเทพฯ แล้วจะมีผลอะไร ในเมื่อรัฐบาลยังแข็งกร้าว ดูถูกประชาชนที่ร่วมชุมนุม หลายคนเบื่อท้อ หลายคนมองไม่เห็นว่าจะชนะได้อย่างไร

คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ และคงไม่มีใครตอบได้ เพราะมีเหตุมีปัจจัยอีกหลายอย่าง แต่ถ้ามีความเห็นตรงกันว่าจะไล่รัฐบาลที่เป็นโมฆะชุดนี้ ต้องการแสดงออกว่าไม่ต้องการระบอบทักษิณ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะเรามีหน้าที่เดินบนถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ส่วนเรื่องกลยุทธ์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแกนนำที่เขาจะวางแผน เพราะพวกเขาคงมีข้อมูลมากกว่าเรา

ต้องไม่ลืมว่า การต่อสู้ของมวลมหาประชาชนในวันนี้ ไม่ได้ต่อสู้กับคนปกติ แต่กำลังต่อสู้กับปีศาจที่ละโมบโลภมาก จึงไม่มีวันที่จะยอมสละอำนาจและผลประโยชน์มหาศาลอย่างง่ายๆ และประเด็นที่คนพวกนี้กลัวที่สุด คือ หากสิ้นอำนาจเมื่อใดจะถูกขุดคุ้ยการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ซุกซ่อนเอาไว้ จึงไม่แปลกที่รัฐบาลพยายามที่จะให้ข่าวว่า คนที่ออกมาชุมนุมเป็นพวกประชาธิปัตย์ เป็นคนในเมืองที่ดูถูกคนรากหญ้า เป็นการสร้างความแตกแยกและความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

ความเป็นจริงแล้ว คนที่มาชุมนุมไม่ได้ถูกกำนันสุเทพหลอก และกำนันสุเทพไม่สามารถหลอกคนเหล่านี้ได้ และไม่สามารถชักจูงพวกเขาได้ เพราะพวกเขามีสมอง มีความคิด มีเหตุมีผล ไม่ได้เป็นหุ่นเชิดของใคร ไม่ได้เป็นนอมินีของใคร ไม่ได้เป็นทาสเงินของใคร

คนที่ออกมาชุมนุมจำนวนมาก ไม่ชอบประชาธิปัตย์ หลายคนรับประชาธิปัตย์ไม่ได้

คนที่ออกมาชุมนุมไม่ได้แบ่งชนชั้น ไม่ได้ดูถูกรากหญ้า เพราะคนที่มาชุมนุมมีทุกชนชั้น ทั้งต่างจังหวัดและในกรุง มาทั่วทุกภาคของประเทศ มาด้วยหัวใจตรงกันคือ ทนไม่ได้กับระบอบทักษิณที่อหังการ คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่เคารพกฎหมาย ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่มีความละอาย และไม่เกรงใจประชาชน โดยถือว่ากุมอำนาจรัฐไว้ได้ มีเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ จนเหิมเกริม กล้าออกกฎหมายล้างผิดฉบับตีสี่ ด้วยการรวบรัดการประชุม เสียบบัตรแทนกัน เมื่อศาลตัดสินว่าผิดก็ไม่ยอมรับอำนาจศาล

คนที่ออกมาชุมนุม มาด้วยใจ ไม่ต้องจ้าง ไม่ต้องรอรับข้าวกล่องที่มีซองใส่เงินเสียบไว้เป็นรายวัน พวกเขามาด้วยใจมาด้วยความสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง มาสนับสนุนผู้คนที่ร่วมชุมนุม มาเพราะทนไม่ได้กับการใช้อำนาจตามอำเภอใจของรัฐบาลหุ่นเชิด

อะไรทำให้ผู้ที่ออกมาชุมนุมคิดตรงกัน

คำตอบที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนสุดคือ ความจริงที่เห็นอยู่ ที่ทุกคนรู้ว่า รัฐบาลเสียงข้างมากใต้อำนาจสั่งการของทักษิณ ทำผิดกฎหมายตลอด แต่ไม่รับผิด โดยท่องคาถาเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า เป็นเสียงข้างมาก ทำอะไรก็ได้

ขายหุ้น 73,000,000,000 บาท ก็หลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่ยอมเสียภาษี

ซุกหุ้นผิดกฎหมายก็อ้างบกพร่องโดยสุจริต

แก้กฎหมายปรับโครงสร้างภาษีให้บริษัทตัวเองได้ประโยชน์

บังคับธนาคารรัฐให้พม่ากู้เงินเอามาซื้อสินค้าจากบริษัทตัวเอง ก็กล้าทำ

สร้างประวัติศาสตร์อัปยศให้คนทำงานวันที่ 31 ธ.ค. เพียงเพื่อให้เมียประหยัดค่าธรรมเนียมโอนที่ดินที่ใช้อำนาจซื้อมาในราคาถูก เป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมแม้จะเสียภาษีให้รัฐ

ฆ่าตัดตอนผู้ค้ายา ละเมิดกฎหมาย

เอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปแจกชาวบ้านหาเสียงให้พรรคตัวเอง

โครงการรับจำนำข้าวนักวิชาการทักท้วง ตักเตือน แต่ไม่เชื่อ ผลคือ ขาดทุนจนไม่มีเงินจ่าย

ออกกฎหมายล้างผิดให้กับความชั่วที่ทุจริตคอร์รัปชั่น เผาบ้านเผาเมือง ฆ่าคนตาย

เร่งรีบออกกฎหมายไม่ฟังเสียงคัดค้าน เสียบบัตรแทนกันอย่างโจ่งแจ้งในสภา เมื่อศาลตัดสินว่าผิดกฎหมาย ก็ตั้งโต๊ะแถลงไม่รับอำนาจศาล

กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท โดยไม่มีการทำโครงการใดๆ เลย กู้มาก่อนเพื่อทุจริตภายหลัง ประเทศเป็นหนี้ใช้คืน 50 ปีก็ไม่หมด

ที่ยกมาเป็นเพียงน้ำจิ้ม ของจริงยังมีอีกมากมาย เขียนเต็มหน้าก็ไม่พอ แต่ถ้าอยากรู้ ลองเข้าอินเทอร์เน็ตถามอากู๋ดูเถอะครับ ข้อมูลจะออกมาเยอะมากจนอ่านกันไม่ไหว

แม้ทำผิดกฎหมายมากมาย แต่ไม่เคยยอมรับผิด ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ยังคงท่องคำถามเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้แม้จะผิดกฎหมาย โดยไม่สนใจประชาชนเจ้าของประเทศผู้เสียภาษี

กฎหมายล้างผิดของรัฐบาลนี้ เป็นการหยามน้ำหน้าประชาชนที่เสียภาษี ประชาชนที่รู้ทันทักษิณ เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผู้คนทนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ จึงได้ออกมาแสดงพลังให้เห็นว่า ไม่ยอมรับการทำผิดกฎหมายอีกต่อไป ผลคือการถอยอย่างไม่เป็นขบวน จนมีมายาคำพูดว่า ถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว

แปลว่า ยอมรับว่าทำผิดไปแล้ว

แต่ไม่เคยยอมรับ ไม่เคยรู้สำนึก ไม่เคยแม้แต่จะขอโทษในความชั่วความผิดที่ได้กระทำไป ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังเหยียดหยามคนไทยด้วยการส่งผู้สมัคร สส.ที่เป็นคนทำผิดกฎหมาย เป็นพวกชอบใช้ความรุนแรง เป็นพวกทุจริตคอร์รัปชั่นให้เข้ามาเป็นผู้บริหาร คนพวกนี้ไม่เห็นหัวประชาชนที่รู้เท่าทัน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เสียภาษีให้พวกอันธพาลพวกนี้ได้ทุจริตคอร์รัปชั่น

การได้เสียงข้างมาก ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ทำผิดกฎหมาย และเมื่อได้ทำผิดกฎหมายแล้ว ก็ไม่สามารถลบล้างได้ด้วยเสียงข้างมาก

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้คนทนไม่ได้

นายกฯ หญิงคนแรก สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างน่าอับอายไปทั่วโลก ไม่มีความสามารถ ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเป็นผู้นำแต่เธอได้มาเพราะพี่ให้จึงไม่รู้เรื่องอะไรในการบริหาร อ่านบทที่เขาเขียนให้ ก็อ่านยังอ่านผิด คอนกรีต

เธอเคยแถลงว่า จะบริหารประเทศโดยยึดหลักนิติธรรม แต่เธอคงไม่รู้ว่าหลักนิติธรรมคืออะไร เพราะพี่ชายเขียนให้อ่าน

เธอจึงโกหกไปวันๆ เพื่อสนองคุณพี่ชาย ความสามารถเดียวที่มีคือการได้ไปท่องเที่ยวโดยไม่ต้องควักเงินส่วนตัว พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า คนพูดเท็จไม่ทำชั่วนั้น ไม่มี “ดูก่อนราหุลเรากล่าวว่าบุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่ ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่ง ไม่มี”

แล้วเราจะเรียกรัฐบาลที่โกหกประจำวันว่าเป็นพวกอะไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท