posttoday
มะกัน-จีน งัดข้อหนักเบ่งอิทธิพลคับเอเชีย

มะกัน-จีน งัดข้อหนักเบ่งอิทธิพลคับเอเชีย

06 มกราคม 2557

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้การติดตามดูอย่างใกล้ชิดในปีนี้คงหนีไม่พ้นความสัมพันธ์ระหว่างสองขั้วมหาอำนาจโลกระหว่างสหรัฐกับจีนว่าปีนี้จะเป็นไปเช่นไร

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้การติดตามดูอย่างใกล้ชิดในปีนี้คงหนีไม่พ้นความสัมพันธ์ระหว่างสองขั้วมหาอำนาจโลกระหว่างสหรัฐกับจีนว่าปีนี้จะเป็นไปเช่นไร เพราะไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าความเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวของสองชาติมหาอำนาจนี้ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนไปทั่วทั้งโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนจะยังอยู่ในขั้นที่มีความสัมพันธ์อันดีอยู่พอสมควร แต่ผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ในระยะ 2-3 ปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และทางสังคมวัฒนธรรม ที่สหรัฐกำลังมุ่งเป้าแผ่ขยายอิทธิพลมายังเอเชียแบบจัดเต็ม

จึงคาดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพญาอินทรีและพญามังกรจีนในปีนี้ย่อมตึงเครียดขึ้นแน่นอน

เพราะในขณะที่สหรัฐเร่งขยายอำนาจและอิทธิพลมายังเอเชีย จีน ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มแสดงบทบาทเป็นเจ้าถิ่นไล่จี้สหรัฐขึ้นมา ก็ต้องย่อมรู้สึกอึดอัดและมองสหรัฐด้วยสายตาหวาดระแวงว่าสหรัฐกำลังเล่นไม่ซื่อและอาจกำลังตีเนียนเข้ามาปิดล้อมจีนก็เป็นไป

โดยเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ดูเหมือนว่าสหรัฐนั้นจะต้องเร่งผลักดันให้ข้อตกลงการเจรจาการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) กับอีก 11 ชาติในเอเชียและแปซิฟิกให้บรรลุผลโดยเร็วที่สุด เพื่อมุ่งหวังทำให้การเข้ามามีบทบาทอิทธิพลของเมืองลุงแซมในเอเชียสำเร็จลุล่วง หลังจากที่เลยเส้นตายการบรรลุผลเจรจาทีพีพีตามที่กำหนดไว้เมื่อปีที่แล้ว

อีกทั้งในปีที่แล้ว สหรัฐก็มัวแต่ต้องสาละวนอยู่กับศึกการเมืองภายในกับพรรคฝ่ายค้าน ทั้งศึกการผ่านงบประมาณประจำปี และศึกขยายเพดานหนี้ จนนำไปสู่การปิดตัวลงของหน่วยงานรัฐบาลกลางชั่วคราวกว่าครึ่งเดือน และต้องยอมยกเลิกแผนการเดินทางมาเยือนเอเชีย รวมไปถึงศึกภายนอกจากปัญหาความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ทั้งปัญหาในซีเรีย อียิปต์ และอิหร่าน

ทั้งหมดส่งผลให้สหรัฐไม่มีเวลามาทุ่มเทและโฟกัสกับเอเชียอย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น ฉะนั้นในปีนี้สหรัฐจะต้องกลับมาเร่งแก้มือจากโอกาสที่เสียไป และโดนจีนแย่งซีนเด่นจากการมีบทบาทนำในเอเชียอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การพยายามเร่งปิดดีลการค้าเสรีทีพีพีกับชาติต่างๆ ในเอเชียที่เป็นสมาชิกอยู่หลายประเทศ แต่ไม่มีจีนเข้าร่วมของสหรัฐนี้เอง ทำให้พญามังกรจะต้องเผชิญกับความรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนรุกล้ำจากเมืองลุงแซมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า จีนนั้นจะต้องหาทางงัดกรอบข้อตกลงต่างๆ มาทัดทานการรุกคืบอิทธิพลทางเศรษฐกิจการค้าของสหรัฐอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จีนมีกรอบความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมระหว่างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (อาร์เซ็ป) ซึ่งเป็นการรวมข้อตกลงการค้าเสรี ที่ 10 ชาติในอาเซียน กับอีก 6 ประเทศคู่สัญญามารวมไว้เป็นฉบับเดียวกันอยู่ในมือ โดยกรอบข้อตกลงนี้ได้เริ่มต้นเดินหน้าเจรจาไปแล้วในปีที่แล้ว และตั้งเป้าว่าจะสำเร็จในปี 2015

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ในปี 2014 นี้เป็นที่จับตาอย่างมาก เพราะสองมหาอำนาจโลกต่างก็จะต้องใช้ความเพียรพยายามใช้สองกรอบการเจรจาการค้าที่ตนเองมีอยู่ในการผลักดันให้สำเร็จตามเป้า เพื่อประกาศศักดาความเป็นเจ้าภูมิภาคอย่างแน่นอน

ภาวะดังกล่าวคาดว่าจะนำมาสู่ภาวะกระอักกระอ่วนใจของเหล่าบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียอย่างแน่นอนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพยายามหาจุดสมดุลระหว่างสองชาติมหาอำนาจ เช่น ไทยกับเกาหลีใต้ เพราะแน่นอนว่าการเลือกเข้าร่วมกรอบเจรจาใดกรอบเจรจาหนึ่ง ย่อมอาจทำให้มองว่าเป็นการเลือกข้างที่จะยืนอยู่กับอีกฝ่าย

ดังนั้น ในปีหน้าอาจเห็นประเทศต่างๆ หันมาเข้าร่วมกรอบการเจรจาทั้งสองพร้อมกันเลยก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะประเทศที่เข้าร่วมกับอาร์เซ็ปอยู่แล้ว เช่น เกาหลีใต้ ไทย อาจเข้าร่วมทีพีพีที่มีสหรัฐเป็นแกนนำเพิ่ม เพื่อไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นการหักหาญน้ำใจของลูกพี่ใหญ่อย่างสหรัฐมากเกินไป

ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าต้องการคบค้าสมาคมกับจีนอยู่ และที่สำคัญไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือของสหรัฐในการปิดล้อมจีน อย่างที่รัฐบาลปักกิ่งหวาดระแวงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมวงทีพีพีดังกล่าว โดยเฉพาะบรรดาชาติที่ยังอยู่ในภาวะท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะเอาเช่นไร เช่น เกาหลีใต้กับไทยอาจต้องคิดหนัก แม้มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามากดดัน เพราะการร่วมวงทีพีพีนั้นเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่มีคุณภาพและกฎกติกาเข้มงวดสูงมาก

โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิทธิบัตรต่างๆ รวมถึงการให้ความคุ้มครองนักลงทุนถึงขนาดให้บริษัทเอกชนต่างชาติมีสิทธิฟ้องรัฐ โดยผ่านระบบอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้โดยตรง แน่นอนว่าชาติกำลังพัฒนาอาจต้องเสียเปรียบมากขึ้น ทั้งในแง่การแข่งขันและต้นทุนในการต้องปรับตนเองให้ได้ตามข้อกำหนด ทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้พร้อมจะแข่งขันในทุกด้าน เมื่อเทียบกับชาติพัฒนาแล้วที่พร้อมกว่า

นอกเหนือจากประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้าแล้ว ประเด็นการเมืองและความมั่นคงก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องติดตามดูไม่น้อย เพราะคาดว่าในปีนี้จะเป็นช่วงปีที่มีการขับเคี่ยวอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องทะเลจีนใต้และปัญหาพรมแดนทางทะเลที่รัฐบาลพญามังกรกำลังมีปัญหาระหองระแหงกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อย่างหนักในขณะนี้ มีท่าทีชัดเจนแล้วว่าสหรัฐกำลังสบโอกาสในการเข้ามาใช้ประโยชน์จากปัญหาเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือเพื่อแผ้วถางทางในการเข้ามาสยายปีกอิทธิพลในเอเชียอย่างแนบเนียน

ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว สหรัฐประกาศว่าจะมอบเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงในทะเลให้กับชาติต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวมกว่า 32 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นให้กับเวียดนามเพียวๆ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เหลือเป็นของชาติที่เหลือ

แม้ว่าสหรัฐจะย้ำหนักแน่นว่าการมอบเงินดังกล่าวไม่ได้เป็นการเข้ามาปิดล้อมจีน แต่ก็ชัดเจนในตัวแล้วว่านี่คือแผนการเสี้ยมชาติอาเซียนที่กำลังมีปัญหาเรื่องพรมแดนในหมู่เกาะทะเลจีนใต้กล้าลุกขึ้นมางัดข้อกับจีนมากขึ้น โดยมีสหรัฐแอบเชียร์อยู่ข้างหลัง

ในขณะเดียวกัน ในส่วนของจีนก็เสี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงสหรัฐมากขึ้น หลังจากประกาศเขตความมั่นคงทางอากาศใหม่ ซึ่งกินพื้นที่ครอบคลุมหมู่เกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ ที่เป็นข้อพิพาทกับญี่ปุ่นมาช้านาน

การประกาศเคลมว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของจีนเองอย่างแข็งกร้าวด้วยมาตรการทางการทหารนี้อาจเสี่ยงนำไปสู่ภาวการณ์ใช้กำลังทางทหารมากขึ้น

เพราะในขณะเดียวกันทางญี่ปุ่นก็เร่งเสริมกำลังกองทัพภายในประเทศมากขึ้นเช่นกัน โดยปีที่แล้วรัฐบาลแดนปลาดิบได้ประกาศแผนเพิ่มงบด้านความมั่นคงครั้งประวัติศาสตร์ และเพิ่มความเข้มงวดมาตรการความมั่นคงมากขึ้น

นอกจากนี้ หากเลยเถิดกลายเป็นสงครามขึ้นมา แน่นอนว่าจะต้องดึงสหรัฐเข้ามาเกี่ยวพันด้วย เพราะสหรัฐกับญี่ปุ่นมีสนธิสัญญาการเป็นพันธมิตรทางทหาร ที่ทำให้สหรัฐมีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองแดนปลาดิบ

จึงนับเป็นปีที่ทั้งสหรัฐและจีนหลีกหนีไม่พ้นจริงๆ ที่จะต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมาต้องขับเคี่ยวกันในเรื่องสงครามไซเบอร์มาแล้วหนหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท