posttoday
ปฏิรูปคอร์รัปชั่นแก้กฏหมายล้างบาง

ปฏิรูปคอร์รัปชั่นแก้กฏหมายล้างบาง

06 มกราคม 2557

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

วาทกรรม “การปฏิรูปประเทศไทย” กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากในสังคมไทย เพราะหลายฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรได้รับการปฏิรูปอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ผ่านการปฏิรูปมาแล้ว 2 ครั้ง จนมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

หนึ่งในปัญหาที่เห็นตรงกันว่าควรได้รับการปฏิรูป อย่างเร่งด่วน คือ กลไกการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์การทุจริตเชิงนโยบาย

วิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าหัวใจหลักอยู่ที่เรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ถ้าสามารถสร้างเกราะป้องกันนี้ได้ตั้งแต่ต้นปัญหาก็จะ ไม่ลุกลามบานปลาย เรียกได้ว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่ง ป.ป.ช.ได้มีการวางยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยในปี 2557 ป.ป.ช.จะเร่งทำงานในเชิงรุกด้านการ ปลูกฝังระบบคุณธรรมและจริยธรรมมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการทุจริตให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งประเทศไทย จนสามารถสร้างเครือข่ายได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งองค์กรนี้เป็นเครือข่ายสำคัญของ ป.ป.ช.ต่อไปในอนาคต

“เวลานี้ประชาชนเกิดการตื่นตัวทางการเมืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเล็งเห็นถึงปัญหาของการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงคิดว่าหาก ป.ป.ช.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปลูกฝังความคิดด้านคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”

ส่วนการแก้ไขปัญหาทุจริตโดยใช้กฎหมายนั้น วิชา อธิบายว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายเพื่อเลิกการนับอายุความในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะจะช่วยให้คนทุจริตไม่กล้ากระทำความผิดมากขึ้นไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกันเห็นว่าควรมีกฎหมายเพื่อให้การทำงานระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้มีการสอดประสานกันมากขึ้น จากเดิมที่ยังไม่มีความเข้มแข็งเท่าที่ควร

กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนี้ขยายความว่า ปัจจุบันการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรยังเป็นรูปแบบการประสานงานภายในเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การพิจารณาบางกรณีล่าช้า ดังนั้น คิดว่าควรมีกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา เช่น ให้ ป.ป.ช.สามารถเข้าไปเป็นเจ้าพนักงานร่วมไต่สวนกับองค์กรอื่นๆ ได้ อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ ป.ป.ช.สามารถนำบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่พบระหว่างร่วมตรวจสอบกับองค์กรดังกล่าวมาดำเนินการได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้การปราบปรามการทุจริตเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

“ปัจจุบัน ป.ป.ช.ทำได้เพียงแค่รอให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ไม่มีอำนาจในการเอาผิดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูงส่งเรื่องเข้ามาเท่านั้น ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้ส่งผลให้บางคดีต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะต้องเริ่มนับหนึ่งไต่สวนใหม่ตามกฎหมายและระเบียบของ ป.ป.ช. ถ้าหน่วยงานไหนที่ ป.ป.ช.มีความสัมพันธ์ที่ดีก็พอที่ จะช่วยให้บางเรื่องดำเนินการได้รวดเร็ว แต่คิดว่า ถ้ามีกฎหมายอย่างที่ส่วนตัวเสนอก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งในต่างประเทศได้มีการนำระบบลักษณะนี้มาใช้บ้างแล้ว จึงคิดว่าประเทศไทยควรนำมาประยุกต์ใช้บ้าง” กรรมการ ป.ป.ช.เสนอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท