
สังคมโพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ 1 ทษวรรษแห่งความยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ
โพสต์ทูเดย์ 1 ทษวรรษแห่งความยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ
...ประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้ง คำกล่าวสร้างความเข้าใจง่ายๆ ให้กับประชาชน ยึดถือชุดความคิดผ่านนักการเมือง สมุนลิ่วล้อ ที่ถ่ายทอดความเป็นประชาธิปไตยแบบไม่ต้องคิดมากให้สลับซับซ้อน
...“หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง” มอบให้กับผู้เป็นตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา ฟอร์มรัฐบาลบริหารประเทศ จากนั้นสิทธิของคุณสิ้นสุดลงจนกว่าจะมีการคืนอำนาจเลือกตั้งใหม่
...วิธีถ่ายทอดหลักประชาธิปไตยของนักแสวงหาอำนาจแม้แต่นักวิชาการบางกลุ่มที่กำลังออกไปในลักษณะนักวิชาเกินล้วนสื่อสารแนวทางนี้
...ควรต้องกลับมาทบทวนบ้างประไร วิธีการสอนประชาธิปไตยหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลวกน้ำร้อนรับประทานได้เลยโดยไม่ศึกษาถึงส่วนผสมสารปรุงแต่งที่เจือปนจนจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เป็นการดูถูกภูมิปัญญาประชาชนคนไทยในยุคก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงเกินไปหน่อยหรือ
...เหมือนอย่างที่นักการเมือง นักวิชาเกินบางกลุ่มที่ออกมาเล่นลิ้น กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนเป็นแค่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ชี้ว่าเป็นคนจำนวนมากทั้งประเทศ นั่นเป็นสิทธินักการเมืองและนักวิชาเกินคิดได้
...แต่สำหรับพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยก็มีสิทธิบอกกล่าวนักการเมืองและนักวิชาเกินเช่นกันว่า สถานการณ์คนไทยหลายล้านคนวงเล็บดูไม่มากเลยในหมู่นักการเมืองและนักวิชาเกินบางกลุ่ม ตื่นตัวทางการเมือง ใช้เวทีราชดำเนินเป็นห้องเรียนรัฐธรรมนูญขนาดใหญ่ มีการศึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย เลือกเสพข่าวสาร อะไรคือของแท้ของเทียม
...พร้อมกับลงมาสัมผัสพื้นที่จริงด้วยการเบิ่งตาเห็นความเป็นไปแต่ละฝ่ายทำให้ตัดสินได้เหมือนกันว่า การสร้างประชาธิปไตยมีความหมายกว้างขวางกว่าการยัดข้อมูลให้เดินเรียงแถวเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งเท่านั้น
...อีกทั้งการแสดงพลังของมวลมหาประชาชน อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทย ก็เป็นสิทธิที่คนหลายล้านคน ณ ตรงนั้นเข้าใจเช่นเดียวกันว่าพวกเขาคือตัวแทนประชาชนอีกหลายล้านทั่วประเทศที่มีเจตจำนงเดียวกันเพียงแต่ไม่ได้ออกมาปรากฏตัว
...ไม่จำเป็นต้องจูงจมูกทุกครัวเรือนให้แสดงบัตรประชาชนบนท้องถนนผ่านเครื่องนับจำนวนคนแบบที่รัฐบาลในอดีตมักถนัดเกณฑ์คนมาร่วมกิจกรรมเต้นแอโรบิกมากที่สุดในโลก หรือเข้าคิวรับเงินมอบดอกไม้ให้กำลังใจผู้มีอำนาจรัฐแล้วประกาศว่า นี่ไงประชาชนผู้รักประชาธิปไตยของแท้อะไรทำนองนั้น
...ประชาชนหลายล้านคนบนถนนกำลังมีความคิดอ่านหลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รู้จักสิทธิเสรีภาพ การใช้กลไกรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งดูก้าวล้ำกว่านักการเมือง นักวิชาเกินที่อยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ
...บางทีพวกเขาอาจกลายเป็นนักวิชาการข้างถนนที่พร้อมด้วยคุณภาพกว่านักวิชาเกินบางจำพวกด้วยซ้ำไป
...ดังนั้น ภาวะที่นักการเมืองจมอยู่กับเกมการเมืองสาละวนอยู่กับข้อกล่าวหาม็อบนั้นม็อบนี้ มีอำมาตย์หนุนหลังกลายเป็นคำแถลงที่ผู้คนยุคนี้ให้ค่าเป็นแค่โจ๊กการเมือง
...แม้แต่นักวิชาเกินบางกลุ่มก็ถูกสังคมสแกนที่มาที่ไปพบว่า มีความรู้แค่เปลือกแต่มักชอบสร้างเรตติ้งทางทีวีเท่านั้นเอง
...ในเมื่อประชาชนคนไทยตื่นตัวทางการเมือง อีกทั้งสั่งสมข้อมูลเรียนรู้รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน ก็ต้องมองย้อนกลับไปที่กลุ่มนักการเมืองประเภทสายพันธุ์จิ้งจอกหลอกชาวบ้านได้เสมอไป หรือนักวิชาเกินหลงทฤษฎีไม่ได้สัมผัสความเป็นจริง สุดท้ายจะตกขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยด้วยน้ำมือและสองเท้าของประชาชนตื่นรู้อย่างแท้จริง







