posttoday
ปากคำหัวหน้าชุด(ดำ)ทำอะไรบนตึกสูง

ปากคำหัวหน้าชุด(ดำ)ทำอะไรบนตึกสูง

06 มกราคม 2557

"เมื่อไปถึงบริเวณกระทรวงแรงงานปรากฏว่าการใช้ชุดอุปกรณ์แก๊สน้ำตาไม่อำนวย เหตุทัศนวิสัยแวดล้อมมีต้นไม้เยอะ ทำให้เราต้องส่งกำลังอีกชุดขึ้นไปบนตึกสูงกระทรวงแรงงาน"

เอกชัย จั่นทอง

หลังตกเป็นข่าวว่าเป็นมือที่สามหรือชายชุดดำอยู่บนตึกสูงกระทรวงแรงงาน สร้างสถานการณ์รุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันรับสมัครเลือกตั้งวันแรกที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จนในที่สุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายตำรวจระดับสูงเรียงหน้าแถลงยอมรับว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปบัญชาการเหตุการณ์ แต่ไม่มีอาวุธปืนมีเพียงแก๊สน้ำตาเท่านั้น

ปากคำหัวหน้าชุด(ดำ)ทำอะไรบนตึกสูง พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ

พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ ผกก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. ผู้ทำหน้าที่หัวหน้าชุดส่งกำลังตำรวจขึ้นไปบนดาดฟ้ากระทรวงแรงงาน ชี้แจงผ่าน "โพสต์ทูเดย์" ทุกข้อสงสัย โดยเริ่มอธิบายว่า เหตุการณ์วันที่ 26 ธ.ค.2556 เกิดการปะทะกันอย่างหนักระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รับคำสั่งจากรอง ผบก.จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ในวันนั้นให้ส่งกำลังสนับสนุนแก๊สน้ำตา ตัวเองจึงส่งกำลังไป 2 หมู่ หมู่ละ10 นาย อยู่ด้านล่าง 1 ชุด และบนตึกสูง 1 ชุด ซึ่งเป็นกำลังของหมวด 4 หมู่ 2 ของ กก.1 คฝ. เดิมประจำการอยู่ประตู 3 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ก่อนได้รับการร้องขอให้นำกำลังมาเสริมหน้าประตูกระทรวงแรงงาน

"เมื่อไปถึงบริเวณกระทรวงแรงงานปรากฏว่าการใช้ชุดอุปกรณ์แก๊สน้ำตาไม่อำนวย เหตุทัศนวิสัยแวดล้อมมีต้นไม้เยอะ ทำให้เราต้องส่งกำลังอีกชุดขึ้นไปบนตึกสูงกระทรวงแรงงาน ซึ่งมันเป็นเรื่องของยุทธวิธีที่ช่วยให้ตำรวจมองเห็นเหตุการณ์ได้หมด พร้อมพิจารณาว่าสามารถใช้แก๊สน้ำตาตรงจุดไหนได้ จึงตัดสินใจส่งกำลังขึ้นไป 10 นาย เพราะขณะนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ แต่ตัวพี่ไม่ได้ขึ้นไปบนตึกสูงนั้น" ตำรวจหัวหน้าชุดกล่าว

 

พ.ต.อ.ณัฐพล ชี้แจงว่า วันนั้นขึ้นไปบนตึกกระทรวงแรงงาน 3 รอบ รอบแรกเวลา 10.00 น. และใช้แก๊สน้ำตาขว้างใส่ผู้ชุมนุมจนล่าถอย จากนั้นกำลังพลชุดดังกล่าวก็ลงกลับมาด้านล่าง เพื่อรักษาฐานปฏิบัติการเช่นเดิม ถัดมาเวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะเข้ามาในพื้นที่รับสมัครการเลือกตั้งอีกครั้ง กำลัง10 นายชุดเดิมก็ขึ้นไปควบคุมสถานการณ์อีกรอบและรอบสุดท้ายเวลา 12.00 น.เศษ ขึ้นไปยิงแก๊สน้ำตาและขว้างจนทานผู้ชุมนุมไม่ไหวก่อนถอนกำลังกลับ

ทั้งนี้ หากอยู่บนพื้นราบการใช้งานอาวุธจะยากลำบากเพราะแน่นไปด้วยคน แต่บนตึกสูงสามารถเลือกยิงได้ อย่างการขว้างแก๊สน้ำตาก็ต้องดูทิศทางลม ซึ่งบนตึกสูงจะเห็นภาพทุกอย่างในการพิจารณาตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตา และประสานผ่านวิทยุสื่อสารกับตำรวจด้านล่างประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา

สำหรับการจัดอุปกรณ์เป็นไปตามสภาพเหตุการณ์ชุดตำรวจ 10 นาย จะมี ผบ.หมู่ 1 นาย และทุกคนจะมีแก๊สน้ำตาคนละ 2 ลูก แบ่งเป็นแบบแป้ง (OC) และแบบแก๊สน้ำตา (CS) รวมแล้วมีแก๊สน้ำตา 20 ลูกปืนยิงแก๊สน้ำตา 1 กระบอก ปืนยิงลูกซองใช้ยิงกระสุนยาง 1 กระบอกมีอุปกรณ์ที่ขึ้นไปบนตึกเพียงเท่านี้ ยืนยันว่าไม่มีอาวุธจริงแน่นอน ซึ่งตำรวจได้ปะทะกับผู้ชุมนุมมาหลายรอบ

พ.ต.อ.ณัฐพล เล่าว่า ที่พูดว่าเป็นชายชุดดำอยู่บนตึกนั้นแท้จริงคือตำรวจ ชุดที่ใส่เป็นลักษณะสีน้ำเงิน มีเพียงหมวก เสื้อเกราะกันกระสุน สนับเข่า ศอก รองเท้าที่เป็นสีดำทั้งหมด มองไกลๆ จะคล้ายคนใส่ชุดสีดำ โดยสั่งให้ลูกน้องถอดเครื่องแบบของตำรวจทุกอย่างออกให้หมดป้องกันการตกเป็นเป้าหมาย เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมจ้องทำร้าย เนื่องจากผู้ชุมนุมทราบว่าหากตำรวจที่มีเครื่องแบบตำรวจควบคุมฝูงชนแสดงว่ามีแก๊สน้ำตาที่สำคัญผู้ชุมนุมสังเกตตำรวจแต่งเครื่องแบบลักษณะนี้มาหลายครั้ง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เหมือนกับว่าเป็นชายชุดดำแต่ทางยุทธวิธีเรียกว่า การพรางตัวปะปนกับตำรวจคนอื่นๆตามปกติ มันจึงเกิดเป็นความเข้าใจผิด

"ช่วงเวลาที่ขึ้นไปบนตึกมีคนนำขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ในตึก และพื้นที่บริเวณนั้นประกาศห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า บวกกับตำรวจได้ปักหลักพักผ่อนอยู่ก่อนวันที่จะมีการปะทะบริเวณแถบนั้นด้วย ผมยืนยันว่าขึ้นไปบนตึกกระทรวงแรงงานเพียงตึกเดียว การขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนตึกสูงไม่ได้อยู่ตามแผนแต่เหตุการณ์รุนแรงจึงต้องส่งกำลังเสริมขึ้นไป"

 

ปากคำหัวหน้าชุด(ดำ)ทำอะไรบนตึกสูง ด.ต.นิกร ทองเพชร์

พ.ต.อ.ณัฐพล อธิบายต่อว่า ทุกคนมารู้ตอนหลังมาไล่เปิดคลิปย้อนดูว่าใครเป็นใคร เพราะในภาพมันเป็นลักษณะชายชุดดำและไม่คิดว่าเป็นตำรวจ เพราะชุดที่อยู่บนดาดฟ้าได้ถอนกำลังออกแล้ว และถูกผู้ชุมนุมล้อมจนไม่สามารถกลับเข้าไปในสนามกีฬาได้จึงแยกย้ายกันกลับหมด หลังเหตุการณ์ที่ดินแดงสงบจึงมีการพูดคุยกันระหว่าง ผบ.เหตุการณ์ ในแต่ละจุดว่าตกลงวันนั้นมีอะไร ไล่ตรวจสอบกัน

 

"ครั้งแรกที่เห็นภาพเราไม่รู้เลยว่าชายในภาพเหล่านั้นเป็นตำรวจ เห็นมีการขว้างแก๊สน้ำตา ซึ่งทางฝั่งผู้ชุมนุมก็มีการขว้างแก๊สน้ำตาใส่ตำรวจเช่นกัน เลยไม่รู้ว่าเป็นลูกน้องผมกำลังตำรวจเยอะเหตุการณ์มันก็มั่วไปหมด จนมารู้ตอนหลังว่าเป็นลูกพี่ก็ถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ และมีตำรวจ 2 นาย ในชุด 10 คนบนดาดฟ้าถูกยิงได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน" ผกก.คฝ.1 บก.อคฝ. ระบุ

 

ขณะที่ ด.ต.นิกร ทองเพชร์ ผบ.หมู่ ร้อย 2 คฝ.1 เป็น 1 ใน 10 คน ที่ขึ้นไปบนตึกกระทรวงแรงงานเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้รับคำสั่งจาก ผบ.เหตุการณ์ ให้ขึ้นไปช่วยขว้างแก๊สน้ำตา เพราะมองเห็นผู้ชุมนุมได้ว่าอยู่จุดไหน จะได้กะระยะการใช้อาวุธได้ถูกต้องแม่นยำ โดยแต่งตัวชุดควบคุมฝูงชน ใส่หมวกป้องกันแก๊สน้ำตา แต่ชุดไม่มีเครื่องหมายมองไกลๆจะเป็นลักษณะชายชุดดำ

"วันนั้นมีอาวุธขึ้นไปเป็นอาวุธปืนยิงแก๊สน้ำตา 1 กระบอก กระสุนแก๊สน้ำตา 10 นัด และกำลังพลอีก10 นาย พร้อมแก๊สน้ำตาคนละ 2 ลูก รวม 20 ลูกจะมีรอง ผบ.หมู่อีกคนถือปืนลูกซองจริงแต่ใช้กระสุนยาง ยิงระยะหวังผลได้ 15 เมตร มีกระสุน 20 นัดหากใช้หมดจะมีกำลังสนับสนุนลำเลียงส่งขึ้นมาให้ใหม่ตามการร้องขอ ยืนยันว่าไม่มีอาวุธจริงอย่างแน่นอน ส่วนชุดที่ใส่นั้นไม่มีเครื่องแบบก็เพื่อความปลอดภัยของพวกตนและตำรวจคนอื่นด้วยวันนั้นสถานการณ์มันรุนแรงมั่วไปหมด"

ผบ.หมู่ ร้อย 2 คฝ.1 เล่าว่า ทุกครั้งที่ยิงออกไปเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามเท่านั้นบางครั้งผู้ชุมนุมยังตอบโต้ด้วยการยิงหัวนอตใส่ตลอดเวลา วันนั้นตนยิงแก๊สน้ำตาไป 10 ลูก หมดจำนวนที่ได้รับมา

ปากคำหัวหน้าชุด(ดำ)ทำอะไรบนตึกสูง


ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี