posttoday
กล่องของขวัญอีกใบ (จากปัจจุบัน-อนาคต)

กล่องของขวัญอีกใบ (จากปัจจุบัน-อนาคต)

05 มกราคม 2557

ต่อเนื่องจากบทความสุดท้ายของปีที่แล้วที่ว่าด้วยเรื่องราวของ กล่องความทรงจำ การมองเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของเรา

ต่อเนื่องจากบทความสุดท้ายของปีที่แล้วที่ว่าด้วยเรื่องราวของ กล่องความทรงจำ การมองเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของเราให้เป็นของขวัญแห่งประสบการณ์ที่ล้ำค่า เพื่อทำให้ชีวิตในวันต่อไปควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง

นั่นเป็นเรื่องราวของปีที่แล้ว

สำหรับการเริ่มต้นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ (ซึ่งเป็นปีที่ Robb Smith* เรียกว่า ปีแห่งชีวิตบูรณาการ (Integral Life)) ไม่มีอะไรหอมหวานไปกว่าการวาดฝัน วางแผน หรือตั้งเป้าหมายในการดำเนินชีวิต

...ปีนี้ฉันจะเสนอโปรเจกต์เจ๋งๆ ให้ทุกคนทึ่งไปเลย (คอยดูสิ)

...ปีนี้ฉันจะไปเที่ยวยุโรปให้ได้

...ปีนี้ฉันจะสมัครเข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพ

...ปีนี้ฉันจะหาแฟนให้ได้

...ปีนี้ฉันจะเลิกบุหรี่ให้ได้

...ปีนี้ฉันจะซื้อบ้าน/รถให้ได้

...ปีนี้ฉันจะ........................................

ยิ่งไปกว่านั้น ตามสื่อสังคมออนไลน์มีผู้คนมากมายแบ่งปันสถานะของตัวเองว่า ช่วงหยุดยาวไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง อีกทั้งยังมีการส่งต่อข้อมูลตารางวันหยุดประจำปี 2557 กันแล้ว ทั้งที่เพิ่งกลับจากการเดินทาง กลิ่นอายของการเฉลิมฉลองยังไม่ทันเจือจาง แต่ใจกลับนึกถึงการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองครั้งใหม่เสียแล้ว

ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเสียหายอะไร กับการที่เรายังห่อหุ้มตัวเองด้วยม่านหมอกของความสุข อืม...แต่อย่านานเกินไป

เราอาจพอใจหรือไม่พอใจชีวิตที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงวาดหวังว่าจะทำมันให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม บางคนอาจจะเรียกว่า ความฝัน ความหวัง วิมานในอากาศ หรือแผนการ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำสัญญาที่ยังมาไม่ถึง และมีเปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้แตกต่างกันไป ซึ่งความเป็นไปได้ที่ว่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือฟ้าบันดาล แต่ขึ้นอยู่กับการลงมือทำเดี๋ยวนี้ของเรา

การแขวนความฝันไว้บนฟ้าย่อมดีกว่านอนกอดไว้ทั้งคืนทั้งวันโดยไม่ลงมือทำอะไร เวลาที่ความฝันถูกแขวนไว้ในตำแหน่งที่สามารถมองหาได้ จะช่วยให้เราไม่หลงทาง เหมือนกับนักเดินเรือที่อาศัยทิศทางของดาวเหนือในการนำทาง โดยเฉพาะในเวลาที่ต้องเผชิญกับพายุพัดพาเรือเหออกนอกเส้นทาง

แต่การรู้ตำแหน่งของดวงดาวนั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อการนำพานาวาชีวิตไปเทียบจอดยังฝั่งฝันได้

แม้นักเดินเรือจะรู้ว่าขอบฝั่งอยู่ที่ไหน แต่หากไม่ลงมือกางใบเสียที ก็หวังที่จะไปให้ถึงได้ยาก เช่นเดียวกัน คุณรู้ความฝันของตัวเอง แต่ไม่ลงมือทำมันเสียที ความฝันก็อาจจะเป็นจริงได้ยาก

ความฝันก็มีวันหมดอายุเหมือนกันนะ โปรดอย่าคิดว่านี่เพิ่งต้นปีเอง ยังมีเวลาอีกเยอะ ไว้เดี๋ยวค่อยทำก็ได้ ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า หากเราสามารถมองเห็นความฝันที่ (เคย) ถูกแขวนบนฟ้าเป็นรูปเป็นร่าง ในแต่ละปีจะมีความฝันแขวนอยู่จำนวนเท่าไร รวมตลอดอายุของเราเป็นเท่าไร นั่นอาจทำให้ผืนฟ้าไม่มีที่ว่างพอให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงมายังโลกเลยก็ได้!

ฉะนั้น เริ่มลงมือเสียตั้งแต่วันนี้ นาทีนี้เถิด

ค้นหาและเขียนความปรารถนาที่แท้จริงของคุณ ขอย้ำ...เขียนด้วยความจริงใจและจริงจัง แล้วกำหนดความตั้งใจเอาไว้ว่า แต่ละวันที่ผ่านไปเราจะลงมือสร้างเหตุปัจจัยให้เอื้อต่อการบรรลุความฝันอย่างเต็มที่

คำว่า เหตุปัจจัย ในที่นี้ กินความหมายทั้งครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ ด้านกว้าง ยาว ลึก และกาลเวลา เช่น หากคุณฝันว่าปีนี้อยากจะเก็บเงินซื้อบ้านให้ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องก้มหน้าทำงานเพื่อหาเงิน เงิน เงิน เท่านั้น แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทางก็มีความสำคัญ เช่น การศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ การพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง การฝึกทักษะด้านต่างๆ (เช่น การปลูกต้นไม้ ทำสวน งานช่าง ฯลฯ) หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพก็เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

และอีกคำหนึ่งคือคำว่า เต็มที่ ฉันจงใจหลีกเลี่ยงประโยคคลาสสิกที่ว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เพราะคำว่า ดีที่สุด สำหรับฉันมีความกำกวมพอๆ กับ เต็มที่ แต่คำหลังนี้มีความดิบในแง่ของการใช้ชีวิตมากกว่า มันบ่งบอกถึงการทุ่มเทและความพึงพอใจได้ชัดเจนมากกว่า

ความพึงพอใจ เป็นอีกคำหนึ่งที่ขอเสนอให้คุณวางไว้ใกล้ๆ ชีวิต ไม่ว่าสิ่งที่คุณทำลงไปนั้นจะเข้าใกล้ความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม หากคุณทำมันอย่างเต็มที่แล้วละก็ ขอให้คุณชื่นชมและพึงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกดังกล่าวจะเป็นประตูให้คุณเข้าใจและยอมรับผลที่ตามมาอย่างเบิกบาน และความเบิกบานจะเป็นเสมือนขุมพลังที่เติมเต็มชีวิตคุณอย่างไม่มีวันหมด

เมื่อวางใจเช่นนี้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งนั้นจะเป็นเช่นดังของขวัญที่มีคุณค่าต่อคุณได้ทั้งนั้น และการมีทัศนะเช่นนี้จะทำให้เราไม่กลัวความล้มเหลวอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปสู่จุดหมายได้นั้น เราควรมีสัมภาระที่มีประโยชน์และเหมาะสมด้วย แล้วอะไรล่ะที่เรียกว่าสัมภาระที่มีประโยชน์และเหมาะสม เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เรามารู้จักกับสัมภาระที่ไม่ค่อยมีประโยชน์และเหมาะสมดีกว่า

เราลองมาสำรวจหาภาระที่แบกติดตัวมาตลอดชีวิตกัน ทั้งที่มันก็แสนหนักและทำให้จิตใจหม่นหมองแต่เราก็ยังแบกมันไว้บนบ่า คุณรู้ไหมว่า เจ้าภาระนี่แหละที่ถ่วงรั้งเราเอาไว้จากความฝัน ยกตัวอย่างเช่น คำสบประมาทหรือคำตัดสินจากคนรอบข้างที่ฝังหัวเรามาตั้งแต่เด็ก (เธอมันโง่ เลว ขี้เกียจ แหย เอาดีไม่ได้ เห็นแก่ตัว ฯลฯ) นอกจากนั้นยังมีความรู้สึกผิด กลัว วิตกกังวล อิจฉา หรือเจ็บป่วยพ่วงมาอีกด้วย

สังเกตง่ายๆ เวลาที่เรารู้สึกแย่ ผิดหวัง หรือเสียใจ เรามักพูดประโยคไหนออกมา หรือรู้สึกกับตัวเองอย่างไร นั่นแหละคือภาระที่เรากำลังแบกเอาไว้

การปลดเปลื้องภาระเหล่านี้มีความยากง่ายแตกต่างกันไป แต่ละวิธีก็มีรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งบางส่วนได้เคยเขียนถึงมาบ้างแล้ว จึงไม่ขอกล่าวในที่นี้

ในการกำหนดเป้าหมายชีวิตสามารถออกแบบขอบเขตที่เหมาะสมกับตัวเราเองได้ อาจแบ่งเป็นระยะสั้นๆ (วัน/สัปดาห์) ระยะกลาง (เดือน/ไตรมาส) ระยะยาว (ปี) โดยให้แต่ละระยะมีคุณสมบัติดังนี้คือ มีความท้าทายแต่ไม่ยากหรือง่ายเกินไป มีความเป็นไปได้ สนับสนุนให้บรรลุความฝัน/เป้าหมายสูงสุด และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

จากนั้นออกแบบแนวทางในการลงมือทำตามเงื่อนไขและบริบทของแต่ละคน (หรือคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์เลยก็ได้) เช่น แขวนฝันไว้ในตำแหน่งที่มองหาได้ รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ให้รางวัลตัวเองระหว่างทาง หาโอกาสในการแบ่งปันกับคนรอบข้าง (ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก) เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เปลี่ยนสถานที่ทำงาน/อยู่อาศัย ฯลฯ

มาถึงบรรทัดนี้คุณคงรู้แล้วว่า กล่องของขวัญ (Present) ใบนี้ได้อยู่ในมือของคุณแล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะทำอย่างไรกับมัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท