ชวนน้องฯท่องพุทธภูมิ
ไปเปิดประสบการณ์ชีวิต ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย 8 คืน 9 วัน เพิ่งกลับถึงเมืองไทยเมื่อเช้า
ไปเปิดประสบการณ์ชีวิต ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย 8 คืน 9 วัน เพิ่งกลับถึงเมืองไทยเมื่อเช้าวันที่ 4 ม.ค.สำหรับน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนอุดมวิทยา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่ชนะเลิศ “โครงการชวนน้องท่องพุทธวจน” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ มูลนิธิพุทธโฆษณ์ร่วมจัดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 โดยมี “ปราณี สืบวงศ์ลี” ประธานคณะทำงานโครงการฯ และเป็นผู้ประสานงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
น้องๆ เหล่านี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ทั้งหมด 10 คน ประกอบด้วย ด.ญ.ชนานุช จันทราสกุล ด.ญ.ฐิติกานต์ บัวเบา ด.ญ.ณัฐชยา นพแก้ว ด.ญ.พรลภัส สิทธิชัย ด.ญ.ชญาดา พงษ์วิทยภานุ ด.ญ.กนกพร วงค์นุกุล ด.ญ.พักตร์เพียงดาว บุดดาเจริญ ด.ญ.เจนพิชชา เจนลาภวัฒนกุล ด.ญ.ชนิกานต์ มหจิตรสัตยา และ ด.ญ.อภิชญา มาไพศาลสิน
สามารถเอาชนะนักเรียนทีมอื่นๆ จากทั้งหมด 1,700 ทีม 1.7 หมื่นคน จากทั่วประเทศ ในการท่องจำพระสูตรที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ถูกต้อง คล่องปาก ขึ้นใจ มีความไพเราะ และเป็นธรรมชาติที่สุด โดยผ่านด่านการแข่งขันมาได้ตั้งแต่ระดับเขตการศึกษา ระดับภาคสงฆ์ จนมาถึงระดับประเทศ ก่อนที่จะมีการประกาศผลรอบสุดท้าย ณ เสถียรธรรมสถาน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งทางโครงการได้จัดให้มีการเข้าค่ายเป็นเวลา 3 วันด้วย ภายใต้การอำนวยการของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
การที่ได้ไปเที่ยวดินแดนพระพุทธศาสนาครั้งนี้ มีเป้าหมายอยู่ที่สถานที่สำคัญที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 4 แห่ง ที่เรียกว่า สังเวชนียสถาน ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ถือเป็นรางวัลสำหรับทีมชนะเลิศโครงการชวนน้องท่องพุทธวจนเท่านั้น
ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งหนึ่งของชีวิตของน้องๆ เหล่านี้ ที่เขาบอกว่าหาไม่ได้อีกแล้ว ที่ได้ไปดู ไปสัมผัส ไปเก็บเกี่ยวความรู้ และบรรยากาศจากสถานที่จริงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และเมื่อเติบโตก็ไม่รู้ว่าจะมีบุญได้มาหรือไม่
น้องแบมบู หรือ ด.ญ.ชนิกานต์ เผยความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้มาในครั้งนี้ ทำให้นึกย้อนไปในสมัยของพระพุทธองค์ที่ไม่มีพาหนะเดินทางที่สะดวกเหมือนสมัยนี้ คงทรงลำบากในการเดินทางไปเทศน์โปรดสอนชาวบ้านมาก
“หนูตั้งใจจะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระสูตรต่างๆ ที่หนูได้ท่องจำจนขึ้นใจไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความอดทนต่อทุกสิ่ง และรักษาศีล 5 สะสมสุตะ คือ ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟัง ศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ และจะเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นมิตรสหายที่ดีของเพื่อนๆ จะเคารพเชื่อฟังในสิ่งที่พ่อแม่และครูสั่งสอน”
ขณะที่ น้องปลายข้าวด.ญ.ณัฐชยา นพแก้ว เผยว่า ดีใจมากมาที่นี่ได้เห็นวัฒนธรรมของคนอินเดียหลายอย่าง อยากให้เด็กๆ มีประสบการณ์ตรงได้เห็นของจริง ในสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่งนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน
ด้าน น.ส.นุศรา กล่ำดี หรือครูนุศ หนึ่งในคุณครูโรงเรียนอุดมวิทยาที่ร่วมเดินทางไปกับคณะนักเรียนและเจ้าหน้าที่จากทางโครงการ เล่าว่า ความสำเร็จครั้งนี้ของทีมได้รับการสนับสนุนจากคณะครูโรงเรียนทุกคน โดยเฉพาะผู้อำนวยการได้สนับสนุนเต็มที่ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เด็กนักเรียนทั้ง 10 คนที่ถือเป็นตัวแทนของโรงเรียนได้ทำงานกันอย่างหนัก
“พวกเขาเหล่านี้รวมทีมกันโดยการสมัครและชักชวนกันมา คุณครูไม่ต้องเลือก แต่พวกเขาสมัครใจและชวนกันเองจนครบ 10 คน น่ารักมาก แล้วพวกเขาก็ทำงานกันหนัก ขยันท่อง ขยันซ้อมโดยมีคุณครูคอยแนะนำ แล้วพวกเขาทำได้ดีและทำได้ นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียน พ่อแม่ก็ยังภูมิใจด้วย”
มีคนจำนวนมากที่อยากไปเห็น ไปสัมผัสสถานที่จริงที่มีความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวนมาก แต่เด็กทั้ง 10 คนนี้ เขาไปเพราะความสามารถของเขาล้วนๆ
ล่าสุดในวันเด็กแห่งชาติที่จะมาถึงในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค.นี้ น้องๆ ทั้ง 10 คน ยังจะได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงสู่ประเทศชาติด้านคุณธรรมและจริยธรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติจาก สพฐ.ด้วย
เที่ยวแผ่นดินของพระพุทธเจ้ามาเต็มอิ่มแล้ว รอไปสนุกสนานกับวันเด็กแห่งชาติกันต่อเลย ว่าแต่โครงการคุณภาพนี้ขอปรบมือดังๆ ให้ครับ







