posttoday
แสวงจุดร่วมรวมพลัง 'ลุงกำนัน'

แสวงจุดร่วมรวมพลัง 'ลุงกำนัน'

05 มกราคม 2557

ยุทธศาสตร์การเคลื่อนพลของ คปท. ดั้งเดิมที่ปักหลักจากแยกอุรุพงษ์สู่ถนนราชดำเนิน นิติธร ล้ำเหลือ

ยุทธศาสตร์การเคลื่อนพลของ คปท. ดั้งเดิมที่ปักหลักจากแยกอุรุพงษ์สู่ถนนราชดำเนิน นิติธร ล้ำเหลือ เล่าละเอียดยิบก่อนฉายภาพเบื้องหลังการควบรวม 3 เวที เข้าเป็นคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

“คปท.เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว และกว่าจะตั้งชื่อเป็น คปท.ได้ ก็ล่วงเข้าวันที่ 3 ของการชุมนุมที่อุรุพงษ์แล้ว” นิติธรเริ่มต้นเล่า

“คือเริ่มต้นจากที่ผมได้ไปสังเกตการณ์การชุมนุมที่นางเลิ้ง (ขณะนั้นนำโดยกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ) เพราะคาดว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะมีการใช้ความรุนแรง ในวันนั้น อุ้ย (อุทัย ยอดมณี) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็มาโดยที่ไม่ได้นัดหมายอะไรกัน ปัญหาคือเมื่อเกิดการใช้ความรุนแรงแล้วมีแนวโน้มว่าจะยุติการชุมนุมแบบกะทันหัน ซึ่งมวลชนรับไม่ได้ พอยุติการชุมนุมปุ๊บมวลชนไม่หยุด ตอนนั้นมีหลายคนขึ้นปราศรัย แต่มวลชนไม่ฟัง จนมีคนมาขอร้องให้ผมไปคุยแทน”

“ผมก็ถามว่าพี่น้องต้องการชุมนุมต่อใช่ไหม อยากแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพที่จะชุมนุมและปฏิเสธการใช้ความรุนแรงของตำรวจใช่ไหม แต่พื้นที่ตรงนี้เป็นเขต พ.ร.บ.ความมั่นคง หากต้องการชุมนุมกันต่อเราไม่ชุมนุมตรงนี้ได้ไหม มวลชนก็บอกว่าแล้วแต่พี่นกเขาจะพาไปก็ไป จึงนำมาสู่การชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์”

นิติธร ยอมรับตรงๆ ว่า ในวันแรกของการชุมนุมยังไม่มีประเด็นอะไรนำเสนอ เพราะขณะนั้นคิดแต่เพียงว่าต้องพามวลชนออกมาจากพื้นที่เดิมก่อน แต่พอมาถึงแยกอุรุพงษ์มวลชนกลับไม่กลับ ชาวบ้านที่ได้ทราบข่าวก็นำอุปกรณ์นำอาหารมาช่วยเหลือ จึงต้องนั่งคุยกับอุทัยว่าจะเอาอย่างไรกันต่อ

ขณะนั้นได้วิเคราะห์ว่าปัญหาบ้านเมืองเป็นเรื่องระหว่างคุณธรรมกับวิชามาร ความดีกับความชั่ว ซึ่งชัดเจนไม่ได้ซับซ้อน จึงวิเคราะห์ต่อว่าผลมาจากอะไร สรุปผลมาจากระบอบทักษิณ แต่ถ้าเสนอต่อมวลชนว่าให้ไล่ยิ่งลักษณ์เพราะเป็นบริวารของระบอบทักษิณอย่างเดียวคงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ต่างจากวิธีแบบเก่าๆ เลยคุยกันถึงทางออกว่าควรจะเป็นอย่างไร

“ผมก็คุยกับน้องนักศึกษา ความเห็นผมคือมันต้องปฏิรูปประเทศไทย ต้องเปลี่ยนแปลงยกเครื่องกันใหม่หมด โดยประเด็นนี้ผมเคยเสนอให้กับการชุมนุมของ เสธ.อ้าย (พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์) มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ในขณะนั้นทาง เสธ.อ้าย ยังมองไม่ไกลถึงประเด็นนี้”

นิติธร เชื่อว่า หากเสนอแบบเดิมคือชุมนุมเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณโดยไม่เสนอทางออกให้ ที่สุดแล้ววงจรการเมืองก็จะเป็นแบบเดิมและมวลชนก็จะไม่ออกมาร่วม จึงเสนอให้ปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นก็มีข้อถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไร แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอย่างไรแล้วมวลชนจะเกิดพลังขึ้น แต่พลังนั้นมาจากการกระทำของรัฐบาล ไม่ใช่มาจากการปฏิรูปประเทศ

“ผมฟันธงเลยว่ารัฐบาลนี้จะแก้ไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดๆ แล้วจะเกิดการต่อต้านอย่างมหาศาลจากประชาชน สังคมไทยเป็นสังคมที่คนพร้อมจะออกมาต่อสู้ แต่ต้องขอดูหน่อยว่าผู้นำเป็นอย่างไร ผมเลยบอกน้องๆ ไปว่าถ้าเราชุมนุมผ่าน 3 วันไปได้การชุมนุมก็จะไปต่อได้ทันที แต่สิ่งสำคัญคือประเด็นการนำเสนอต้องชัด ถ้ายึดแต่กระแสนิรโทษกรรมสุดท้ายมันจะหายไป”

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอปฏิรูปของนิติธรถูกคัดค้านจากกลุ่มนักศึกษาว่าจะกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน “ผมบอกว่ามันต้องวัดดวง มันต้องวัดใจกันว่าจะเอาหรือไม่เอา” ที่สุดแล้วทุกคนก็เคาะว่า “ต้องปฏิรูป” และนำมาสู่การตั้งชื่อ “เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” ในวันที่ 3 ของการชุมนุม

“ในขณะนั้นการนำเสนอต่อมวลชนไม่ได้ชัดเจนอะไรมาก เพราะถ้าเสนอชัดมากคำถามก็จะมีมาก แต่เราได้วิเคราะห์ปัญหาแบบหยาบไว้ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากสองส่วน คือ วิธีการเข้าสู่อำนาจรัฐ และการใช้อำนาจรัฐ ฉะนั้นสองสิ่งนี้จำเป็นต้องปฏิรูป” แกนนำ คปท.รายนี้ยอมรับ พลางว่า เมื่อประเด็นการเคลื่อนไหวชัดเจนจึงโทรขอความคิดเห็นจากสุริยะใส กตะศิลา

“ผมก็ยกหูหาใส (สุริยะใส) บอกว่ากูจะเอาแบบนี้มึงโอเคหรือเปล่า หรือว่ายังไงอยากฟังความเห็นมึง ใสมันก็บอกว่าโอเคนะพี่ ถ้าแบบนี้มันไปได้ แต่ก็ยังกังวลว่ากระแสสังคมตอนนี้มันจะไหวหรือเปล่า ผมก็บอกงั้นต้องลองดูสัก 34 วัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราก็ต้องยอมรับความจริง แต่อย่างน้อยมันก็จะเป็นประเด็นที่เราทิ้งไว้ให้กับสังคม”

การชุมนุมดำเนินต่อไป มีผู้เข้าร่วมและสนับสนุนเรื่อยๆ โดยขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่วิเคราะห์ไว้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาชุมนุมและรัฐบาลก็จะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม จึงเชื่อว่าอย่างไรแล้วต้องมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น

“ถึงตอนนั้นเราประเมินว่าหากยังอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ต่อไปคงไม่สามารถขยายการชุมนุมออกไปได้ เราจึงมีกำหนดเคลื่อนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เราหมายปองเอาไว้แต่ยังไม่มีความพร้อม พอดีพี่สุเทพ (สุเทพ เทือกสุบรรณ) นำมวลชนเคลื่อนไปปักหลักก่อนทั้งที่เราไม่เคยพูดคุยกัน”

เมื่อมวลชนของสุเทพเคลื่อนแล้ว ทนายนกเขาจึงประสานไปยังกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ว่าหากชุมนุมที่สวนลุมพินีต่อไปพลังคงจะไม่พอ ดังนั้นควรเคลื่อนออกมาให้เป็นแนวเดียวกันทั้งหมด

“ตอนนั้นไม่ได้คุยกันว่าใครจะไปจุดไหน คปท.จริงๆ แล้วตอนนั้นตั้งใจว่าจะไปทำเนียบฯ เลย คือต่อรองกับตำรวจอยู่ตลอดว่าถ้าบีบเราเราก็จะบุกทำเนียบฯ นั่นเพื่อทำให้การชุมนุมอยู่ได้ แต่พอ กปท.เคลื่อนไปผ่านฟ้า วันต่อมา คปท.จึงเคลื่อนไปที่มัฆวานฯ เพื่อกดดันรัฐบาล โดยพื้นที่นี้จะสร้างความปลอดภัยให้กับมวลชนได้ เพราะท้ายขบวนมี กปท.ปิดให้”

หลังจากมวลชนทั้ง 3 กลุ่ม ได้ปักหลักบริเวณถนนราชดำเนินมาได้ระยะหนึ่ง เกิดเสียงเรียกร้องให้ควบรวมกันเพื่อให้เกิดพลัง

“ก็มีเสียงเรียกร้องว่าทำไมไม่รวมกัน สาเหตุที่ไม่รวมกันเพราะ คปท.ชูธงปฏิรูปประเทศไทย พี่สุเทพชูธงต้านนิรโทษกรรม กปท.ชูธงโค่นล้มระบอบทักษิณ ผมก็บอกว่าถ้าธงไม่เท่ากันมันรวมกันไม่ได้ จนถึงที่สุดแล้วจึงเกิดการนัดหมายคุยกัน 3 เวที เพื่อรวมกันเป็นครั้งแรกที่กองทัพธรรม ผมก็บอกไม่มีปัญหาถ้าสองเวทีพูดเรื่องปฏิรูปก็รวมกันได้ ถ้ายังไม่พูดก็ยังไม่รวม”

“ตอนนั้นพี่สุเทพก็ยอมรับว่ามันต้องปฏิรูปประเทศ แต่พี่สุเทพใช้คำว่าเปลี่ยนแปลงประเทศ เขามองว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเลือกพูดได้บางด้าน ส่วนการปฏิรูปประเทศมันใหญ่ครอบคลุมหลายด้าน ซึ่งอาจทำไม่ได้ แต่เป้าหมายหลักมันไม่ได้ขัดแย้งกัน ส่วน กปท.ก็บอกว่ามีจุดยืนในทิศทางเดียวกัน ใช้เวลาคุยกันเพียง 40 นาที ก็ตกลงกันได้ว่าจะรวมกัน จึงนัดหมายว่าพรุ่งนี้เวลา 18.00 น. จะขึ้นเวทีราชดำเนินประกาศเป็นเครือข่ายเดียวกัน ก่อนจะจัดตั้งเป็น กปปส.ในวันถัดมาที่ศูนย์ราชการ”

นิติธรให้รายละเอียดเพิ่มอีกว่า ที่ยังไม่ตั้งชื่อตั้งแต่แรกเพราะต้องการดูกระแสว่าเมื่อจะรวมกันแล้วพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเอาด้วยไหม เป็นการเปิดช่องให้วิพากษ์วิจารณ์กันก่อน เมื่อภาพรวมเป็นไปด้วยดีจึงประชุมกันและได้ชื่อ กปปส.ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท