
เผยกระทิงตายหมู่ปมขัดแย้งขรก.-อุทยานฯ
ประจวบคีรีขันธ์-นายอำเภอกุยบุรีเผยเหตุกระทิงตายหมู่ อยู่ระหว่างตรวจสอบปมขัดแย้งระหว่างข้าราชการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ประจวบคีรีขันธ์-นายอำเภอกุยบุรีเผยเหตุกระทิงตายหมู่ อยู่ระหว่างตรวจสอบปมขัดแย้งระหว่างข้าราชการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานมูลนิธิช้างป่าบ้านพ่อ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัว ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพะระราชดำริ ว่า ขณะนี้ทราบว่าผู้บริหารระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำลังตรวจสอบความขัดแย้งระหว่างข้าราชการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีการระบุว่าอาจจะเป็นสาเหตุการตายของกระทิง 18 ตัว
อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนเห็นว่าทั้งสองหน่วยงานไม่มีความขัดแย้ง และเกี่ยวข้องกับการตายของกระทิง จะมีการเสนอให้ย้าย นายกมล อุ่นใจ อดีต หัวหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี และนายปรีชา วิทยพันธ์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ถูกย้ายออกจากพื้นที่ให้กลับมารับตำแหน่งเดิม เป็นเรื่องที่จะทำให้การสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในตำบลหาดขามในนาม 13 องค์กรเครือข่ายมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการรักษาสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายยังรอผลการตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายของซากกระทิงว่าเกิดจากธรรมชาติของสัตว์ป่าหรือการกระทำของมนุษย์
นายพงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนายปรีชา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่ถูกสั่งย้าย ต้องยอมรับว่าเพิ่งมาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 1 ปี 2 เดือน เพียงเท่านั้น แต่เขากับเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีและชาวบ้านก็ต้องการให้เขาปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนนายกมล อุ่นใจ ทราบว่าจะทำงานในส่วนที่รับผิดชอบเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับงานมวลชนเท่าที่ควร
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ที่ผ่านมาในอุทยานฯมีผลประโยชน์จากการนำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาชมช้างป่าและกระทิง เป็นมูลค่าปีละกว่า 100 ล้านบาท นั้น โดยเก็บค่าทัวร์หัวละ 6,000 บาท ยอมรับว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวของโรงแรมในพื้นที่ อ.หัวหิน ส่วนชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลประโยชน์จากการทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นหัวละ 100 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 1 คน มัคคุเทศน์ และ ค่าเช่ายานพานะคันละ 750 บาท ส่วนอุทยานฯจะมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมตามปกติ
สำหรับการเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาในอุทยานฯ คงต้องรอผลการตรวจสอบว่าการตายของกระทิง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว หากไม่ได้เกิดจากสาเหตุการติดเชื้อ ก็จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจน แต่ยอมรับว่าปัญหากระทิงตายทำให้เสียโอกาสด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก







