
ท่องเที่ยวลุ้นปิดกรุงวูบน้อย
แอตต้าคาดกระทบแค่กลุ่มเอเชียเชื้อสายจีนขณะตลาดไทยเที่ยวไทยยันไม่สะเทือน
แอตต้าคาดกระทบแค่กลุ่มเอเชียเชื้อสายจีนขณะตลาดไทยเที่ยวไทยยันไม่สะเทือน
สมาคมท่องเที่ยวเอกชน เชื่อชัตดาวน์กรุงเทพฯ ไม่กระทบท่องเที่ยวมาก ระบุแค่กลุ่มเอเชียที่หด
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า การชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค.นี้ อาจส่งผลกับนักท่องเที่ยวเอเชียในกลุ่มที่มีเชื้อสายจีน ทั้งจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งมีแผนจะท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนในปลายเดือน ม.ค.ต่อเนื่องถึง ก.พ. ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่ละเอียดอ่อนกับสถานการณ์การเมือง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงน้อยกว่า เพราะนิยมเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ค่อยเที่ยวกรุงเทพฯ อยู่แล้ว
“ต้องดูว่าการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ผลจะออกมาแบบไหน ถ้าเรื่องจบเร็วก็ยังพอลุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยในช่วงปลายเดือนนี้ แต่ถ้ายืดเยื้อก็คงหมดโอกาสช่วงตรุษจีน” นายศิษฎิวัชร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสมาชิกแอตต้าพยายามปรับตัวและชี้แจงนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าการชุมนุมมีเฉพาะในกรุงเทพฯ ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ ในต่างจังหวัดอีกมากทั้งเชียงใหม่ พัทยา สมุย ภูเก็ต กระบี่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า การเมืองไทยมีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเดินทางไปประเทศอื่นๆ แทน
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อไทยเที่ยวไทยบ้าง แต่คงไม่มาก เพราะคนไทยปรับตัวอยู่แล้ว รวมทั้งไม่มีผลต่อกลุ่มท่องเที่ยวแบบไปเอง เพียงแต่อารมณ์และบรรยากาศอาจทำให้คนไทยไม่อยากเที่ยว ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมนุมสูญเสียโอกาสธุรกิจไปแล้ว เช่น ตลาดทัศนศึกษากลุ่มโรงเรียน ตลาดสัมมนา ซึ่งผู้ประกอบการก็ทยอยปรับตัวกันแล้ว เช่น ชะลอการวางตั๋วห้องพักเพื่อรอดูสถานการณ์
“มองว่าหากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ จบลงได้ภายใน 34 วัน ตลาดไทยเที่ยวไทยก็กลับมาสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากการชัตดาวน์ส่งผล ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และข่าวที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลกทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตีความไปได้ไกล จึงอาจชะลอการเดินทางมาเที่ยวไทย” นายยุทธชัย กล่าวยิ่งหากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน จะทำให้ประเทศต่างๆ ประกาศเตือนพลเมืองที่จะเดินทางมาไทย รวมถึงยกระดับคำเตือน ทำให้บริษัทประกันไม่คุ้มครอง และกระทบต่อการท่องเที่ยวหนักขึ้น
++อย่างไรก็ตาม หากชัตดาวน์แล้วอาการป่วยหายไปก็ดี แต่ถ้ายังป่วยเรื้อรังต่อ จะไม่ส่งผลดีเลย เพราะนักท่องเที่ยวจะเบื่อ และเปลี่ยนไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ แทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวบ้านเรา ยิ่งยืดเยื้อก็จะยิ่งสร้างความเสียหายต่อธุรกิจบริการ
++“อยากโทษรัฐบาล เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้นักธุรกิจหมดที่พึ่ง และหวังว่าผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลจากนี้ต้องเร่งเยียวยาและฟื้นฟูภาคบริการอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันอยากให้ม็อบเคลื่อนไหวตามอุดมการณ์อย่างระมัดระวัง อย่าให้บานปลาย และขอให้ทั้งสองฝ่ายรักษาคำพูดที่จะปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะเรื่องคอร์รัปชั่นที่เป็นปัญหาใหญ่” นายยุทธชัย กล่าว
ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) รายงานท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี 2556 และคาดการณ์ปี 2557 โดยรวมพบว่า นักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียเป็นตลาดที่ลดมากที่สุดจากเป้าที่ตั้ง
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธาน สทท. เปิดเผยว่า ส่วนภาพรวมท่องเที่ยวปีใหม่ที่ผ่านมาไม่คึกคักเท่าที่ควรจาก 25-30% โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพ พัทยาและหัวหินชะอำ
อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย มีอัตราการเติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มากกว่าในภูมิภาคอื่นของประเทศต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปีของหลายกลุ่ม อาทิ จีน ยุโรป อเมริกา ประกอบกับภูมิอากาศในปีนี้สร้างบรรยากาศของการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งนี้จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้มีประเทศที่ประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย (Travel Advisory) ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมรวมแล้ว 40 ประเทศจาก 68 ประเทศที่สำรวจ โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเตือนในระดับ 2 คือให้ตื่นตัว อย่าเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม ทั้งนี้มีบางประเทศเริ่มยกระดับการเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ากรุงเทพเป็นการชั่วคราว (ข้อมูล ณ วันที่ 1มกราคม 2557)
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาไม่คึกคักเท่าที่ควร ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำการตลาดอย่างเข้มข้นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เนื่องจากไม่ได้ตามเป้าหมายอย่างที่คาดหวังไว้ เป็นที่น่าสังเกตว่านักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเองมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น มีการจองผ่านสื่อออนไลน์แทนการผ่านบริษัทนำเที่ยว นอกจากนี้ผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองภายในประเทศที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความอ่อนไหวโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเริ่มมีแนวโน้มลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ โดยขณะนี้มีการลดจำนวนเครื่องบินเช่าเหมาลำลงบ้างแล้ว และบางส่วนกำลังต้องปรับเปลี่ยนไปที่จังหวัดท่องเที่ยวอื่นแทน
สำหรับสถานการณ์ในช่วงเดือนมกราคม 2557 ซึ่งปลายเดือนจะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดที่อ่อนไหวเช่น จีน ญี่ปุ่นและรัสเซีย โดยรวมคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนนี้มีแนวโน้มลดลงประมาณ 400,000 คน จากที่เคยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 2.5 ล้านคน ซึ่งจะทำให้รายได้ลดลงประมาณ 18,000 ล้านบาท มีผลกระทบมากที่สุดในพื้นที่ กทม.พัทยาและหัวหินชะอำ และกลุ่มที่มีการชะลอตัวลงเกือบทั้งหมดได้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวอินเซนทีฟ (Incentive Travel) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ที่สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปมากกว่า 2 เท่าตัว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประกาศยกระดับการชุมนุมทางการเมืองที่กำลังอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวนั้น สทท.ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการอัพเดทข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นจริงแก่คู่ค้าและนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด







