
ปชป.ปัดขวางเลือกตั้ง-13มค.คงไร้ชายชุดดำ
ปชป. เตรียมรายงานผลหารือภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น 7ม.ค.นี้ ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขัดขวางการเลือกตั้ง ดักคอตร.ชุมนุม 13 ม.ค.นี้ คงไม่มี ชายชุดดำ-มือที่สาม
ปชป. เตรียมรายงานผลหารือภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น 7ม.ค.นี้ ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขัดขวางการเลือกตั้ง ดักคอตร.ชุมนุม 13 ม.ค.นี้ คงไม่มี ชายชุดดำ-มือที่สาม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการสร้างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเดินสายเข้าหารือกับหลายหน่วยงานต่างๆที่มีบทบาทเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น และในวันที่ 7 มกราคมนี้ จะพบสื่อมวลชนที่หอศิลปวัฒนธรรมแยกปทุมวัน ซึ่งจากการเข้าหารือนั้นมีข้อสรุปตรงกันว่า จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายให้คดีเกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความและให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อสะดวกในการติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถฟ้องร้องนักการเมืองเกี่ยวกับเรื่องทุจริตได้ด้วยตนเอง การจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อกำหนดราคากลางประมูลของหน่วยงานราชการทั้งประเทศเพื่อให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุดและป้องกันการฮั้วประมูล การเปิดเผยรายละเอียดสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลและเอกชน ให้สามารถตรวจสอบได้ การส่งเสริมการศึกษาและสร้างค่านิยมเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นแก่เยาวชน ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศขะเร่งผลักดันพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศให้เร็วที่สุดโดยไม่มีเงื่อนไข
ส่วนกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันไม่ขยายวันรับสมัคร และให้ผูัสมัครเดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกานั้น นายชวนนท์ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง และพร้อมให้ความร่วมมือหาทางออกของประเทศ แต่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนให้เดินหน้าการเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรม ล้างผิดให้ตนเอง และหากชนะการเลือกตั้งก็จะอ้างว่าประชาชนเห็นด้วยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งเรื่องดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า จะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงและการเลือกตั้งก็จะล้มเหลว
นอกจากนี้ การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ที่มีมติไม่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุม นายชวนนท์ กล่าวขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารบกที่ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงและใช้กำลังทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ โดยการชุมนุมในครั้งนี้ของกลุ่มกปปส.เป็นไปด้วยความความสงบปราศจากอาวุธซึ่งต่างจากสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มนปช.ในปี 2553 จึงไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษมาควบคุม แต่รัฐบาลควรออกกฎหมายมาควบคุมกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่า ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นห่วงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 มกราคมนี้ ว่าจะมีกลุ่มชายชุดดำที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเข้ามาสร้างสถานการณ์ทำร้ายประชาชน ดังนั้นหากเกิดความรุนแรงและการสูญเสียนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทั้งหมด







