
รถไฟฟ้า-เรือ-แบงก์ พรึ่บรับมือ"ชัตดาวน์"
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากลุ่ม กปปส. ประกาศ “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” ปิดถนนรวม 20 จุด ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เพื่อแสดงอารยะขัดขืนขั้นสำคัญ แน่นอนย่อมเกิดความโกลาหลต่อการสัญจรของคนกรุงเทพฯ เพราะถนนทั้ง 20 จุด ตั้งอยู่กึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพฯ ที่เป็นทั้งย่านการค้าและย่านธุรกิจ
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากลุ่ม กปปส. ประกาศ “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” ปิดถนนรวม 20 จุด ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เพื่อแสดงอารยะขัดขืนขั้นสำคัญ แน่นอนย่อมเกิดความโกลาหลต่อการสัญจรของคนกรุงเทพฯ เพราะถนนทั้ง 20 จุด ตั้งอยู่กึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพฯ ที่เป็นทั้งย่านการค้าและย่านธุรกิจ
กระทรวงคมนาคมจึงวางแผนรับมือ โดยเน้นเรื่องการขนถ่ายประชาชนให้ไปใช้บริการสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส และแอร์พอร์ตลิงค์ เพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน
โดยประชาชนที่อยู่ในรัศมี 50 กม.จากกรุงเทพฯ มีการจัดรถไฟชัตเติลบัสขนาด 8 โบกี้ กระจาย 3 เส้นทาง ขนส่งผู้โดยสารมาใช้บริการรถสาธารณะที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ พร้อมทั้งเพิ่มเที่ยววิ่งถี่ขึ้นเป็น 15-20 นาทีต่อขบวน นำรถไฟที่วิ่งต่างจังหวัดมาวิ่งเสริม
นอกจากนี้ ขสมก. จะจัดชัตเติลบัสรับถ่ายผู้โดยสารจากรถไฟฟ้า ท่าน้ำเรือด่วนเจ้าพระยา และท่าเรือคลองแสนแสบ เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถใหม่ ให้เดินรถบนทางด่วนมากขึ้น และอาจใช้พื้นที่บนทางด่วนเป็นสถานีรถเมล์ชั่วคราว
พร้อมกันนี้ มีการประสานหน่วยงานต่างๆ จัดหาพื้นที่จอดรถเบื้องต้น 1 หมื่นคัน เพื่อให้ผู้มีรถยนต์ส่วนตัวใช้เป็นจุดจอด ก่อนใช้บริการรถสาธารณะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น พื้นที่อาคาร 5 ชั้น บริเวณคลังสินค้าสนามบินดอนเมือง จอดรถได้ 3,000 คัน อาคารจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ จอดได้ 3,000 คัน อาคารจอดรถสถานีรถไฟมักกะสัน จอดได้ 800 คัน พื้นที่หน่วยทหารในบริเวณใกล้เคียง
ด้านผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรองรับการชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุขัดข้องเหมือนเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 78 แสนคนต่อวัน
ส่วนบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที วางแผนให้บริการวิ่งรถไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเดินทางของคนจำนวนมากในวันที่ 13 ม.ค. โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก และอาจจะต้องมีการปิดทางเดินขึ้นลงบางสถานีหากเกิดเหตุรุนแรง ปัจจุบันเอ็มอาร์ทีให้บริการรถวิ่ง 19 ขบวน รองรับสูงสุด 5 หมื่นคนต่อชั่วโมง
สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ จะมีการนำรถไฟฟ้าเอ็กซ์เพรส 3 ขบวน มาช่วยวิ่งรองรับสายซิตี้ไลน์ที่มี 5 ขบวน รองรับปริมาณคนได้สูงสุด 4,875 คนต่อชั่วโมง และจะมีการปรับเที่ยววิ่งให้สั้นลงบางช่วงเวลา มีการเพิ่มจุดจอดจักรยานที่รองรับได้ 1,000 คัน ส่วนที่จอดรถยนต์มี 8 สถานี จอดได้รวม 4,000 คัน และจะเจรจากับ ขสมก. เพื่อรับคนภายในสถานีลาดกระบัง และมักกะสัน ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
ด้านผู้ให้บริการเรือแสนแสบ จะเพิ่มเที่ยวเรือจากปกติวิ่งวันละ 300 เที่ยว เป็น 500 เที่ยว และหากผู้โดยสารเต็มลำก็จะออกเรือได้ทันที ตั้งแต่เวลา 05.30-22.00 น. โดยไม่หยุดให้บริการวันที่ 13 ม.ค. แน่นอน ขณะที่เรือด่วนเจ้าพระยาจะเพิ่มเที่ยววิ่งให้บริการอีก 50% คาดว่าจะรองรับประชาชนได้เพิ่มเป็นวันละ 4 หมื่นคน
สำหรับแท็กซี่ กลุ่มเครือข่ายรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ หารือแล้วได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า หากเป็นอู่แท็กซี่แถบชานเมืองจะวิ่งให้บริการแถบชานเมืองโดยไม่เข้าเขตกรุงเทพฯ ชั้นในที่เป็นพื้นที่ชุมนุม ขณะที่อู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในคาดว่าจะปิดดำเนินการ
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เก็บเอกสารและข้อมูลที่ต้องใช้ปฏิบัติงานให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 1 เดือน ให้เสร็จภายในวันที่ 5 ม.ค. เพื่อย้ายไปทำงานที่สำนักงานชลประทาน 11 ปากเกร็ดแทน
กระทรวงการคลังสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมไฟสำรองให้พร้อม เพื่อป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอีออกชั่นหรือระบบอื่นสะดุด
ส่วนธนาคารพาณิชย์มีการสั่งลดปริมาณสำรองเงินสดตามสาขา และจัดทีมเฉพาะกิจเพื่อเติมเงินและป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่ล่อแหลม
เกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้จะมีการตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า แต่จะไม่กระทบต่อการทำธุรกรรมการเงิน หรือการทำงานของระบบธนาคารพาณิชย์







