
"ยิ่งลักษณ์" ส่อผิดกม.เลือกตั้งมอบเงินตร.
นิพิฏฐ์ เผย "ยิ่งลักษณ์" ส่อผิดกม.เลือกตั้งมอบเงินตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับกลุ่มผุ้ชุมนุม ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น
นิพิฏฐ์ เผย "ยิ่งลักษณ์" ส่อผิดกม.เลือกตั้งมอบเงินตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับกลุ่มผุ้ชุมนุม ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบเงิน5 ล้านบาทให้ครอบครัวของ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ จร. สน.ตลาดพลู ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่26 ธ.ค.ที่ผ่านมาอาจสุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเพราะอยู่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง และยิ่งลักษณ์เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทยแม้จะอ้างว่าเป็นการทำหน้าที่และเงินบริจาคมาจากภาคส่วนต่างๆ แต่ก็สุ่มเสี่ยง ซึ่งมีข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งไว้ชัดเจนว่าการมอบสิ่งของ หรือผลประโยชน์ใดๆเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกทั้งในที่เกิดเหตุก็มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้วผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาขององค์กรอยู่ด้วยควรจะเป็นผู้มอบแทน
นิพิฏฐ์ กล่าวว่า มองได้ว่าการกระทำของยิ่งลักษณ์ทำไปโดยมองเห็นผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง เพราะมีการมอบเงินจำนวนมากหลังจากที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลการชุมนุม ส่อว่าเป็นการหาเสียงหรือหวังผลในคะแนนนิยมจากกลุ่มข้าราชการตำรวจหรือไม่ ที่สำคัญเงินดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากการบริจาคของภาคส่วนต่างๆ ซึ่งนายกฯ ไม่เกี่ยวข้อง ควรจะเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ เป็นผู้มอบ คาดว่าจะมีองค์กรภาคประชาชนเข้าไปร้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว
ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์กกต. กล่าวว่าอยากฝากให้ประชาชนทราบว่า กกต.ตั้งใจทำงาน และรู้บทบาทดีว่าจะต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม เป็นกลาง ถ้าไม่มีความเป็นกลางก็อยู่ไม่ได้
"เราเป็นห่วงบ้านเมือง ซึ่งหลายคนอาจมองว่า หากเป็นการขับเรือออกทะเลกกต.ก็มีหน้าที่ขับเรือ แต่ทำไมในเมื่อกกต.ก็เป็นคน ในเมื่อเรารู้ว่าออกทะเลไปแล้วจะต้องเจอมรสุมอะไรอยู่ข้างหน้า มองเห็นชัดๆ เราก็ออกมาเรียกร้องและตะโกนบอกว่า เส้นทางข้างหน้ามันวิบากและจะเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น เราไม่ได้ปฏิเสธการทำหน้าที่ แต่เราจะตะโกนบอกว่า เส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรและก็เป็นจริง เป็นอย่างที่เราคาดไว้" ธีรวัฒน์ กล่าว
สำหรับการเจรจาหาทางออกเรื่องอุปสรรคที่จะเกิดจากการเลือกตั้ง ที่สมชัย ศรีสุทธิยากรกกต. เป็นตัวกลางนัดพูดคุยกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่2 ม.ค. แต่ต้องล้มเหลวไปเนื่องจากสมชายปฏิเสธเดินทางเข้าหารือตามที่รับปากด้านสมชายชี้แจงว่า เหตุที่ไม่ได้ไปเพราะมีสถานะเป็นเพียงแค่ลูกพรรคเท่านั้น ไม่ได้เป็นหัวหน้าหรือคณะกรรมการบริหารพรรค จึงต้องเจียมเนื้อเจียมตัว
สมชาย กล่าวว่า การพบกับ กกต.ในครั้งแรก พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และโภคิน พลกุล คณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนไปพบกับ กกต. ดังนั้น เมื่อมีการนัดพบครั้งที่สองเมื่อวันที่2 ม.ค. พงศ์เทพและโภคินจึงเป็นคนไปพบกับ กกต.เหมือนกับในครั้งแรก
ด้าน อภิสิทธิ์ กล่าวว่า การพบปะกันครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ส่ง ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และ จุติไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ไป แต่เมื่อได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยก็พบว่ามีช่องว่างจากการมองสถานการณ์แตกต่าง
สำหรับความเคลื่อนไหวของยิ่งลักษณ์ ได้เดินสายหารือกับผู้บริหารสื่อเพื่อรับฟังความคิดเห็นหาแนวทางตั้งสภาปฏิรูปประเทศจากองค์กรสื่อโดยได้เดินทางไปสำนักพิมพ์เครือมติชนและข่าวสด เดลินิวส์ และในช่วงเย็นได้ไปพบผู้บริหารหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆ







