posttoday
"บิ๊กตู่"เตือนใช้พรก.ฉุกเฉินเสี่ยงซ้ำรอยปี53

"บิ๊กตู่"เตือนใช้พรก.ฉุกเฉินเสี่ยงซ้ำรอยปี53

04 มกราคม 2557

หากรัฐประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีแต่ผลเสียเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ หากเกิดความรุนแรงหรือสูญเสียนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ

หากรัฐประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีแต่ผลเสียเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ หากเกิดความรุนแรงหรือสูญเสียนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ

ความพยายามรัฐบาลที่จะประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมการชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณที่เตรียมปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. ยังไม่ประสบผลสำเร็จเมื่อฝ่ายกองทัพคงปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง

แม้แต่การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วาระพิเศษ ซึ่งมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สอบถามหน่วยงานความมั่นคงอีกรอบ ปรากฏว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สนับสนุนให้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

แต่ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยืนยันกลางที่ประชุมไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงยิ่งขึ้น เกรงว่าเมื่อประกาศแล้วสถานการณ์จะมีการพัฒนาเหมือนกับเหตุการณ์ในช่วงปี 2553

"หากรัฐประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีแต่ผลเสียเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์และสุเทพ เป็นรองนายกฯ และ ผอ.ศอฉ. ก็ต้องรับผิดชอบหากเกิดความรุนแรงหรือสูญเสียนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบที่สำคัญคืออาจเกิดความสูญเสียเช่นปี'53 อีก" แหล่งข่าวอ้างถึงคำพูด ผบ.ทบ.

อย่างไรก็ตาม นายกฯ อยากให้ทางกองทัพบกจัดกำลังเข้าไปสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากขณะนี้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีไม่เพียงพอต่อภารกิจการดูแลรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นให้ทางกองทัพบกจัดกำลังทหาร22 กองร้อย เข้ามาสนับสนุนดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการสำคัญ

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดูแลในเส้นทางหลักต่างๆ จำนวน 2 หมื่นนายโดยจะให้ตำรวจและทหารมีการบูรณาการในการทำงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ นายกฯ มอบหมายให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก และพล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปจัดทำแผนการปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ ก่อนที่ กปปส.จะมีการจัดการชุมนุมในวันที่ 5 ม.ค.นี้

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องการที่จะให้สองฝ่ายจัดตัวแทนมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะการพูดคุยกันในประเด็นหลัก 4 เรื่องคือ 1.การปฏิรูปบ้านเมืองควรจะเป็นไปในทิศทางใด 2.การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ควรจะมีอยู่หรือจะเลื่อนออกไป3.การบริหารประเทศที่อยู่ในสภาวะขัดแย้ง และ 4.คือการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งถ้าหากมีการพูดคุยกันในรายละเอียดแล้วคิดว่าจะแก้ไขสถานการณ์ได้

แหล่งข่าวเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ หยอกกับนายกฯ ที่นั่งหัวโต๊ะว่า หวังว่านายกฯคงไม่น้อยใจที่ผมพูดเช่นนี้ โดยยิ่งลักษณ์กล่าวตอบว่า "ไม่น้อยใจ ผบ.ค่ะ แต่น้อยใจในโชคชะตา" จนทำให้ที่ประชุมหัวเราะคลายเครียด

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่ารัฐบาลจะยึดหลักสันติวิธี เลี่ยงการการใช้ความรุนแรง ยืนยันว่าจะไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคงใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯตามเดิม

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การเคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆ ของผู้ชุมนุม กปปส. ตั้งแต่วันที่ 5-8 ม.ค.นี้ และวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ปิดการจราจรตามจุดสำคัญต่างๆ 15-20 จุด ทั่วกรุงเทพฯ คาดว่าจะเป็นจุดเดิมที่ผู้ชุมนุมเคยปิดในครั้งก่อนซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่สงบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่มีการประชุมเตรียมความพร้อมดูแลการจราจรและการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยให้ทุกกองบังคับการและกองบังคับการตำรวจจราจรตั้ง ศปก.ส่วนหน้า และให้ทุก สน.จัดชุดเจรจาต่อรองและบันทึกภาพเป็นหลักฐานด้วย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลเองก็มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ก็ต้องไปประเมินสถานการณ์ว่าความจำเป็นในการที่จะประกาศใช้ หรือประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นคืออะไร เรื่องฝ่ายความมั่นคงเขาก็ต้องทำหน้าที่ในการประเมินตรงนี้เสียก่อน ทีนี้ตามข่าวก็เหมือนกับว่าทางฝ่ายกองทัพเองก็เห็นว่ายังไม่ถึงเวลา หรือยังไม่มีเงื่อนไขที่จะทำเช่นนั้น ก็ต้องพิจารณากันต่อไปเพราะว่าสถานการณ์ก็คงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอีก

"ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงถ้าหากว่าจะมีความพยายาม สิ่งที่สมัยก่อนเราใช้คำว่า ม็อบชนม็อบ อะไรอย่างนี้ ซึ่งดูทุกครั้งที่จะมีปรากฏการณ์อย่างนั้นก็เกิดปัญหาเกือบทุกครั้ง ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงยังมีความคิดที่จะทำอะไรแบบนี้อยู่" อภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่า เป้าหมายสำคัญของวันที่ 13 ม.ค.ต้องการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวไม่สามารถบริหารราชการได้โดยจะมุ่งเป้าไปที่การตัดน้ำ-ตัดไฟคณะรัฐมนตรี(ครม.)นายกฯ หน่วยงานราชการใน กทม. และจะไม่กระทบหรือกระทบน้อยที่สุดในระบบขนส่งมวลชน โดยยืนยันว่าไม่มีการปิดรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน และสนามบิน

ทั้งนี้ การกำหนดปิดสามแยกและสี่แยกอย่างน้อยที่สุดการเคลื่อนไหวคือจุดเดิมในวันซ้อมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยเชิญชวนประชาชนผ่านทางสังคมออนไลน์โดยขอให้เปิดไฟหน้ารถเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ กปปส.ที่จะทำการปิดเมืองพร้อมขู่ตัดน้ำ-ตัดไฟสถานที่ราชการ รวมทั้งบ้านพักของนายกฯ

เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยพร้อมพงศ์นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงว่า ขอเรียกร้องให้คนไทยแสดงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยกับสุเทพด้วยการผูกผ้าขาวติดสติกเกอร์สีขาวบริเวณหน้าบ้าน สำนักงานรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์โทรทัศน์ ฯลฯ ว่าคนกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งประเทศร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย

20จุดปิดเมือง

เส้นทางที่กลุ่ม กปปส.นัดหมายชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. จำนวน 20 จุด

1.แยกอุรุพงษ์ 2.แยกเจริญผล 3.หัวลำโพง 4.ถนนบางรัก 5.ถนนสีลม 6.สามย่าน 7.แยกพญาไท8.ราชเทวี 9.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ10.สยามสแควร์ 11.ห้าแยกลาดพร้าว 12.ดินแดง 13.ประตูน้ำ14.แยกราชประสงค์ 15.สวนลุมพินี16.คลองเตย 17.สี่แยกอโศก 18.ราชดำเนิน 19.แยกเพชรบุรี 20.เยาวราช

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท