
การเมืองขย่มเศรษฐกิจไม่หยุด
สถานการณ์การเมืองในไทยกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 นับเป็นการอ่อนตัวต่อเนื่องทำสถิติยาวนานที่สุด นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังคงประสบกับปัญหาเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็วท่ามกลางปัญหาความไม่สงบทางการเมือง
สถานการณ์การเมืองในไทยกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 นับเป็นการอ่อนตัวต่อเนื่องทำสถิติยาวนานที่สุด นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังคงประสบกับปัญหาเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็วท่ามกลางปัญหาความไม่สงบทางการเมือง
ค่าเงินบาทอ่อนตัวที่สุดที่ 32.95 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2010 ทำสถิติอ่อนตัวที่สุดในรอบ 13 ปี
“การไหลออกของเงินทุนต่างชาติได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการเมืองที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง” สักเทียนติ สุภัทร หัวหน้าทีมวิจัยด้านการแลกเปลี่ยนค่าเงินของธนาคารมาลายันในสิงคโปร์ กล่าวพร้อมเสริมว่า ต้องจับตาการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป
ขณะเดียวกัน ปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองยังคงส่งผลกระทบปัญหาเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย โดยไหลออกแล้วกว่า 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เซต) ลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1,270.80 จุด ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 2012
“วิกฤตการเมืองไทยขณะนี้กำลังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งการชะลอการใช้จ่ายของรัฐบาล และการหดหัวของการบริโภคและการลงทุน” อิฐพงษ์ แสงทับทิม หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ กล่าว
นอกจากนี้ ไทหุย กรรมการผู้จัดการของ เจ.พี.มอร์แกนประจำฮ่องกง ได้แสดงความกังวลต่อภาคการลงทุนของไทยว่า หากความไม่สงบทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลต่อการชะลอการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและการใช้จ่ายของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจคงต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจเอกชนทั้งไทยและต่างชาติเกิดภาวะขาดแคลนเงินลงทุน
อย่างไรก็ตาม ไทหุย แสดงความเห็นว่า นักลงทุนยังไม่ควรกังวลกับสถานการณ์เศรษฐกิจในไทยมากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงเหลือ “ภาคการส่งออก” ที่ยังขับเคลื่อนได้อยู่ และไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงมากนัก เนื่องจากการประท้วงมีขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่แหล่งผลิตอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ในอดีตประเทศไทยเคยประสบกับเหตุการณ์ชุมนุมหลายครั้ง ทว่ากลับมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมน้อยมาก







