posttoday
เซียนหุ้นผวาการเมืองลงทุนปีม้า...เหนื่อย

เซียนหุ้นผวาการเมืองลงทุนปีม้า...เหนื่อย

02 มกราคม 2557

ปีม้าทอง 2557 ต้นปีตลาดหุ้นไม่ได้คึกคะนองให้สอดคล้องกับปีม้า แต่กลับสะบักสะบอมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2556

โดย...โสภาวดี ธเนตปราโมทย์

ปีม้าทอง 2557 ต้นปีตลาดหุ้นไม่ได้คึกคะนองให้สอดคล้องกับปีม้า แต่กลับสะบักสะบอมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2556 ดูจากดัชนีหลุดปิดต่ำกว่า 1,300 จุด มาปิดที่ 1,298.71 จุด หรือลดลง 93.28 จุด หรือ 6.7% จากปี 2555

ผลจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ จะถอนจะยืด ดันเงินเข้าออกไทย เศรษฐกิจชะลอ และตลาดหุ้นหลอนกันไม่เลิก ส่วนปัจจัยในประเทศ ศึกช้างชนช้าง การเมืองสองขั้ว นักลงทุนคนดูได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ข้างเวที

เปิดตลาดหุ้นวันนี้ เห็นทีตลาดถ้าไม่แย่หนักไปกว่าเก่า อย่างเก่งก็ได้แค่ประคองตัว หวังได้เงินกองทุนจากการซื้อหน่วยลงทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และ LTF (กองทุนรวมหุ้นระยะยาว) ที่ค้างจากปลายปี จะเข้ามาเก็บหุ้นในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า และอาจลากยาว ถ้ายังเห็นสัญญาณหุ้นตกอีก ไม่ต้องรีบซื้อ กำเงินในมือนิ่งๆ รอเก็บของถูกกว่า

เหนื่อยแน่

นักลงทุนรายใหญ่ เซียนหุ้น ก็คงมองตลาดไม่ต่างจากนี้ เหมือนที่ “วิชัย วชิรพงศ์” หรือ “เสี่ยยักษ์” ขาใหญ่ประจำเซ็นทรัลเวิลด์ ตลาดหุ้นฟันธง “ปีนี้เหนื่อย” ปัญหาการเมืองยังค้างอยู่ มองตลาดยาก ตราบใดที่การเมืองเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่จบ และไม่มีใครถอยหรือคุยกัน แต่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน ไม่มีตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ เอกชนต้องดูแลกันเอง

“ปีนี้นักลงทุนเหนื่อย นักลงทุนอยู่เฉยๆ ดีกว่า เอาเรื่องเฉพาะหน้า การขู่ปิดกรุงเทพฯ จะแก้ไขกันยังไง เรื่องของคนไม่ยอมกัน บ้านเมืองไม่ปกติ อะไรๆ ก็แย่ไปหมด การค้าการลงทุนเสียหายหมด” เสี่ยยักษ์ กล่าว

รอการเมืองจบ

วัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง “รายใหญ่ประจำค่ายบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาดัชนีตกลงลึกมาก และคิดว่าต้นปียังตกหนักได้อีก แต่ไม่รู้จะหาจังหวะไหนซื้อ ตราบใดที่ปัญหาการเมืองไม่ชัดเจน การชุมนุมของประชาชนไม่เลิก

ฉะนั้น หุ้นที่ปลอดภัยจากการเมือง ต้องเป็นหุ้นที่ได้เปรียบค่าเงินอ่อน ซึ่งเป็นกลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานบางตัว หรือหุ้นซีพี ออลล์ (CPALL) ไม่ต้องรอการเมืองสงบ ยังไงก็ต้องกินต้องใช้ เข้าออก เซเว่นอีเลฟเว่นตลอดทั้งคืน

“บอกได้คำเดียวนักลงทุนที่จะซื้อหุ้นรออย่างเดียว การเมืองจบเร็วก็เริ่มซื้อ ระหว่างที่ไม่มีรัฐบาล เป็นสุญญากาศ รอการเลือกตั้งที่ไม่ปกติ ฝรั่งก็ไม่เข้าลงทุน หลายปัจจัยรุมเร้าตลาดหุ้น สหรัฐดึงคิวอีกลับ ตลาดหุ้นไปไหนไม่ได้ เสียโอกาส ตอนนี้มีคนชวนไปลงทุนที่ญี่ปุ่น ซึ่งก็เริ่มๆ แล้ว และที่ตลาดหุ้นยุโรปซึ่งเริ่มฟื้นตัว ผลตอบแทนดี แต่ของหุ้นไทยขึ้นมาติดต่อกัน 4 ปีไม่สดใสแล้ว” เสี่ยป๋อง กล่าว

เสี่ยสำเริง มนูญผล เสี่ยใหญ่ใจกุศล แนะกลยุทธ์ลงทุนตลาดขาลง เจ็บตัวน้อยที่สุดหรือไม่เจ็บตัวเลย ต้องไม่ใช้มาร์จิ้นหรือสินเชื่อลงทุน แต่แบ่งเงินเก็บมาออมในหุ้น เล่นหุ้นมีแต่ได้ ไม่มีเสีย ต้องไม่ขายถ้าขาดทุน หรือหุ้นขึ้นต้องขายทำกำไร อย่านั่งมองแต่ตัวเลขกำไรเฉยๆ โดยเสี่ยสำเริงเชื่อว่าหุ้นมีขึ้นมีลง สลับเวียนกันแบบนี้

“ถ้าไม่มีการเมืองน่าจะลงทุนได้ ปีใหม่ดูว่าผู้ชุมนุมจะเอายังไง ปัญหาจบอย่างไร ปัญหานี้กระทบไปหมด ประชาชนทั้งประเทศถูกผูกอยู่บนฟางสองเส้น คู่ต่อสู้คู่นี้ไม่มีกรรมการห้ามมวย ไม่รู้ศึกมวยคู่นี้จะจบเมื่อไร การเมืองเป็นปัญหากับตลาดหุ้นขณะนี้”

ป่วน

ด้านสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้สำรวจสำนักวิจัยและบริษัทหลักทรัพย์ 19 แห่ง พบว่า ค่าเฉลี่ยดัชนีหุ้นปี 2557 น่าจะอยู่ที่ 1,534 จุด บนปัจจัยพื้นฐานที่คาดว่ากำไรต่อหุ้นบริษัทจดทะเบียนปี 2557 เติบโต 13.1% และปี 2556 กำไรต่อหุ้นเติบโต 11.2% โดยคาดว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2557 จะเติบโต 4%

ถ้าใช้ค่าเฉลี่ยดัชนีข้างต้น เท่ากับว่าหุ้นไทยปีนี้แม้พบความยากลำบากจากอุปสรรคข้างต้น ยังมีโอกาสปรับขึ้นไป 18% จากสิ้นปี 2556 ที่ปิดที่ 1,298 จุด

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากจุดต่ำสุด 1,271 จุด ต่ำกว่าดัชนีเมื่อสิ้นปี 2556 และสูงสุดที่ 1,623 จุด ที่คาดกันไว้นับว่าน่าหวาดเสียว เพราะหากลงทุนไม่ถูกจังหวะ มีสิทธิหมดตัวได้สิทธิ

พิมพ์ผกา นิจการุณ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต ให้เป้าดัชนีสิ้นปี 2557 ที่ 1,580 จุด หรือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2556 ประมาณ 21% โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปี 2556 เติบโต 12.7% ปี 2557 เติบโต 14.6% และปี 2558 เติบโต 13.3%

ทั้งนี้ คาดว่าจีดีพีปี 2556 จะเติบโต 2.9% เติบโต 4% ในปี 2557 แต่ความเสี่ยงทางการเมืองในระยะอันใกล้นี้ยังคงมีสูง ฉุดวงจรเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว และมองว่าจุดที่ควรเข้าลงทุนคือช่วงที่กองทุน RMF และ LTF เลิกเข้าซื้อหุ้น

รอซื้อ ก.พ.

นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อหุ้นเพื่อลงทุนควรจะเป็นเดือน ก.พ.ปีนี้ เพราะเป็นช่วงที่ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทั้งการไถ่ถอนคิวอี และจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2556 ที่จะประกาศกลางเดือน ก.พ. ที่น่าจะต่ำสุดกดดันตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง เช่นเดียวกับความเสี่ยงการเมืองในประเทศที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสแรกนี้

“เม็ดเงิน LTF ในปี 2553 ที่ครบกำหนดขายปีนี้จำนวน 3.71 หมื่นล้านบาท ต้นทุนเฉลี่ยดัชนี 956.02 จุด ผลตอบแทน 40% ในปัจจุบันจะทำให้มีเงิน LTF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนมูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท ที่จะกดดันตลาดช่วงต้นปี หากเงินต่างชาติยังไม่ไหลเข้ามา”

พิมพ์ผกา มองว่า หุ้นที่มีอัตราเติบโตกำไรที่แข็งแกร่งคือกลุ่มอาหาร จากการฟื้นตัวของกิจการ กลุ่มสื่อสารที่เข้าสู่รอบการเติบโตกำไรใหม่ กลุ่มค้าปลีก ขยายสาขาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่มีงานในมือจำนวนมาก กลุ่มโรงแรมและขนส่งที่เติบโตตามการท่องเที่ยวและได้ประโยชน์จากเงินกู้

ถ้าแม้แต่เซียนหุ้นยังร้องเหนื่อยแล้ว มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ จะต้องทำยังไง พิจารณาทางเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมไว้บ้างก็ดีนะคะ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท