
เปิดสภาไม่ได้ เลือกนายกฯสะดุด?
"หาก สส.มีจำนวนไม่ถึง 95% ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 ก็ไม่สามารถจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรได้"
"หาก สส.มีจำนวนไม่ถึง 95% ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 ก็ไม่สามารถจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรได้"
8 จังหวัดภาคใต้กลายเป็นกุญแจสำคัญในสนามการเมืองเวลานี้ ทุกสายตากำลังจับจ้องว่าการขัดขวางผู้สมัครจวบจนวันสุดท้ายของวันรับเลือกตั้งจะเป็นการจุดชนวนนับถอยหลังไปสู่กระบวนการ "เดดล็อก" หรือไม่ เพราะจำนวน 28 ว่าที่ สส. ที่อาจหายไปจะสร้างเงื่อนไขปิดทางตั้งสภาผู้แทนราษฎร
กิตติศักดิ์ ปรกติ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวยืนยันว่า หาก สส.มีจำนวนไม่ถึง 95% หรือ 475 คน ของจำนวน สส.ทั้งหมดตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญมาตรา 93 กำหนด ก็ไม่สามารถจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรได้ ถือว่าไม่ครบองค์ประกอบ การเลือกตั้งจะมีเพียงสมาชิกสภาเท่านั้น แต่จะไม่มีสภาเกิดขึ้น รวมไปถึงกระบวนการตั้งนายกรัฐมนตรีก็ไม่อาจเกิดขึ้น เพราะมีกระบวนการแต่งตั้งที่มาจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน
กิตติศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้หากยังรับสมัครไม่ครบก็เท่ากับว่าการดำเนินการเลือกตั้งเกิดขึ้นฝ่ายเดียว หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งต่อไปก็ไม่มีสภาอยู่ดี ดังนั้น มองว่าเวลานี้การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดความยินยอมพร้อมใจและความไว้วางใจของคนในสังคมที่ต้องการระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเท่านั้น และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ประชาชนที่ประท้วงหรือคัดค้านมีความพร้อมใจที่จะร่วมกันเดินไปบนระเบียบบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยให้ได้
นักวิชาการนิติศาสตร์ ผู้นี้ ย้ำว่า ดังนั้น บทบาทสำคัญเวลานี้อยู่ที่ กกต. ที่ไม่ใช่แค่ต้องเลื่อนวันรับสมัครลงเลือกตั้งออกไปเพราะไม่ได้ยุติปัญหา แต่เห็นว่า กกต.ต้องเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ออกไปโดยไม่ขัดกับพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 เพราะเกิดเหตุสุดวิสัย กกต.ได้จัดการ"เลือกตั้ง"แล้ว จึงต้องดำเนินการเลื่อนวัน"ลงคะแนน"เท่านั้น
"มีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องมีการเลือกตั้งหลังยุบสภาไม่เกิน 60 วัน เขาก็ออกมาจัดการเลือกตั้งแล้ว หากจะเลื่อนการเลือกตั้งนั้นเป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะต้องตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมา หากรัฐบาลไม่ดำเนินการ แต่สถานการณ์บ้านเมืองมีเหตุสุดวิสัย ก่อให้เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้การเลือกตั้งไม่อาจเป็นไปได้โดยสุจริตยุติธรรม กกต.ก็ต้องหาวิถีทางอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตยุติธรรมโดยต้องเลื่อน'การลงคะแนน' ออกไป ซึ่ง กกต.ก็สามารถหาทางจัดการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ได้" กิตติศักดิ์ กล่าว
พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรค 6 ที่กำหนดว่า "ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมี สส.ไม่ถึง 500 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 95% ของจำนวน สส.ทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร" นั้น ไม่ได้สอดคล้องและเป็นคนละบริบทกับสถานการณ์เวลานี้ เพราะมาตรานี้มีวัตถุประสงค์ร่างในกรณีที่มีการจัดการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วเกิดกรณีผู้สมัครโดนใบเหลือง ใบแดง และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนรับสมัครเท่านั้น
"ยังมีขั้นตอนอีกพอสมควรกว่าจะถึงจุดนั้น ตามกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 93 ที่การเลือกตั้งจบแล้วมีผู้โดนใบเหลือง ใบแดง สมัยก่อนรัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้ต้องมี สส. 100% มาให้ครบก่อนจึงจะสามารถเปิดสภาได้ แต่ประสบการณ์เลือกตั้งที่ผ่านมารัฐธรรมนูญปี 2550 จึงเผื่อไว้เปลี่ยนเป็น95% ก็สามารถเปิดสภาได้"
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ผู้นี้ยังย้ำว่ารัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบทุกฉบับล้วนมีเส้นทางเดินหน้าโดยไม่ต้องเจอทางตัน หากวันที่ 1 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัครเลือกตั้ง ไม่สามารถดำเนินการเปิดรับสมัครได้ทุกหน่วย ในพื้นที่หน่วยดังกล่าว กกต.ก็ต้องพิจารณาเปิดรับสมัครใหม่ ซึ่งมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 7 ระบุชัดเจนว่าเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง สส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ให้ กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า5 วัน
"ในเมื่อกฎหมายเขียนว่าไม่น้อยกว่า5 วัน ดังนั้นจะกำหนดขยายเวลารับสมัคร 10 วัน 15 วัน หรือ 20 วัน หรือขยายไปจนถึงวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งก็ต้องทำได้ทั้งหมด"
นอกจากนี้ ในมาตรา 9 ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวยังกำหนดด้วยว่า กรณีที่ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ให้กกต.มีอำนาจออกประกาศให้ย่นหรือขยายระยะเวลาหรืองดเว้นการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งตามที่บัญญัติใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้เฉพาะในการเลือกตั้งนั้น เพื่อให้เหมาะสมและจำเป็นแก่การดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยรวดเร็ว สุจริต และเที่ยงธรรมได้ ดังนั้น พนัส มองว่า เรื่องนี้กกต.จึงมีอำนาจและสามารถใช้ดุลยพินิจอย่างเต็มที่ในการขยายวันรับสมัครลงเลือกตั้ง
"กฎหมายที่ยกร่างล้วนมีช่องทางให้เดินไปตามกรอบ มีหลักการที่ไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศอยู่แล้วแต่มันเป็นความพยายามของกลุ่มคนที่เราก็รู้ๆ อยู่ว่าพยายามทุกทางเพื่อต้องการให้มันเกิดภาวะสุญญากาศจึงพยายามผลักดันความคิดเหล่านี้เข้ามา แม้ตามหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดทางให้เป็น" อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทิ้งท้าย







