
กฟผ.เร่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด
ย้ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน
ย้ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายปี2556ที่ผ่านมานายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กฟผ. ได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปศึกษาเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่มีชื่อว่า จิมา ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐ เนกรี เซมบิลัน ประเทศมาเลเซีย
ทั้งนี้นายธาตรี ได้อธิบายว่า ระบบการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินดังกล่าวของมาเลเซียถือว่ามีการพัฒนาเป็นอย่างมากโดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำเอาระบบสายพานลำเลียงถ่านหินแบบปิดมาใช้ กล่าวคือ เมื่อเรือบรรทุกถ่านหินเข้ามาจอดเทียบท่าเรือที่โรงไฟฟ้าจากนั้นจะมีเครื่องดูดถ่านหินขนส่งขึ้นมายังโรงไฟฟ้าผ่านทางสายพานลำเลียง ซึ่งกฟผ.จะนำพัฒนาใช้กับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินของไทยในอนาคตในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระบบการขนส่งลำเลียงถ่านหินที่ต้องเป็นระบบปิดทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายจนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นายธาตรี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หัวใจของการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตอยู่ที่การสร้างกระบวนการสร้างความเข้าใจและชี้แจงกับประชาชน ซึ่งกฟผ.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยกฟผ.จะเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงพลังงานของประเทศ ซึ่งทุกกระบวนการกฟผ.จะปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทุกประการโดยเฉพาะการทำรายงานวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฟผ.ได้จัดทำเอกสารสรุปเกี่ยวกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยไว้พอสังเขปว่าปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้ามากที่สุดถึง 70% แต่ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะใช้ได้อีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ทำให้ต้องกระจายสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงให้มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิง







