posttoday
ไทยผงาดผู้นำบำบัดอัลไซเมอร์

ไทยผงาดผู้นำบำบัดอัลไซเมอร์

01 มกราคม 2557

ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่ล่าสุดยังมีความโดดเด่นแซงหน้าอีกหลายประเทศในเรื่องเฉพาะทางอย่างการดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ด้วยการรักษาดูแลแบบใกล้ชิดกับผู้ป่วยในราคาที่เป็นมิตร

ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่ล่าสุดยังมีความโดดเด่นแซงหน้าอีกหลายประเทศในเรื่องเฉพาะทางอย่างการดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ด้วยการรักษาดูแลแบบใกล้ชิดกับผู้ป่วยในราคาที่เป็นมิตร

เว็บไซต์ ฟอกซ์ นิวส์ สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เสนอบทความเกี่ยวกับธุรกิจการดูแลผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ใน จ.เชียงใหม่ อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่าไทยมีจุดแข็งที่จะเป็นผู้นำทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและประเทศจุดหมายปลายทางของคนวัยเกษียณ

ฟอกซ์ นิวส์ ได้สัมภาษณ์ อุลริช คูรัตลี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ สามีของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่ตัดสินใจพาภรรยามาบำบัดที่เชียงใหม่ ซึ่งชื่นชมว่าการรักษาในไทยมีความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยบ้านพักส่วนตัวในชุมชนชาวไทยที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งตลาด วัด และร้านอาหาร พร้อมผู้ดูแลที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 3 คน ในราคาเพียงเดือนละ 3,800 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายในการบำบัดขั้นพื้นฐานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

องค์กรเฮลป์เอจ อินเตอร์เนชันแนล และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า กระแสการส่งผู้ป่วยไปรักษายังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งมีสวิตเซอร์แลนด์รั้งอันดับ 1

ในขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลกก็เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า แตะระดับ 2,000 ล้านคน ระหว่างปี 20002050 ทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นธุรกิจที่น่าจะเติบโตสำหรับคนวัยเกษียณกว่า 8 ล้านคนที่มองหาการดูแลรักษาในประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำ

ทั้งนี้ องค์กรนานาชาติด้านอัลไซเมอร์ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาก็คาดการณ์ว่า ผู้ป่วยโรคนี้น่าจะมากกว่า 44 ล้านคนทั่วโลก และอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 135 ล้านคนในปี 2050 ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึง 2.03 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และอาจมากถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2050

แม้จะมีหลายฝ่ายออกมาแย้งว่า การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยน่าจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วย จากความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างจากสิ่งแวดล้อมที่ผู้ป่วยคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม ผู้นำในการบุกเบิกการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในไทย มาร์ติน วูดทิล แห่งบ้านกำลังใจ เชียงใหม่ ก็แย้งว่า แม้การเดินทางมารักษาในประเทศไทยอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทุกคน แต่ผู้ที่เคยเดินทางบ่อยๆ และคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง น่าจะสามารถรับมือได้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้รายอื่นๆ ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การรักษาในยุโรปเป็นแบบระบบปิดภายในสถานพยาบาล ต่างจากไทยที่เป็นระบบเปิด ผู้ป่วยสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยได้ดีกว่า อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็ถูกกว่ายุโรป แม้ประกันสุขภาพหลายประเทศในยุโรปจะไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนอกประเทศ แต่อัตราค่าจ้างสำหรับพยาบาลวิชาชีพและผู้ดูแลผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยก็ยังต่ำกว่าในยุโรปมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่นี่ไม่แพงมากนัก

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล