ปีม้า ท้าทายเซียน
วันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2557 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง จุลศักราช 1375, คริสตศักราช 2014 มหาศักราช 1936 ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก 232
วันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2557 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง จุลศักราช 1375, คริสตศักราช 2014 มหาศักราช 1936 ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก 232
ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากอีกปีหนึ่งสำหรับคนไทย เพราะปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งทางการเมือง ยังจะพัวพันต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว เป็นตัวถ่วงชาติให้ไม่สามารถพัฒนาไปไหนได้ไกล
ข่าวดีเศรษฐกิจมีเรื่องเดียว
เศรษฐกิจในปีนี้จะประสบกับความยากลำบากจากผลกระทบจากภายใน คือความขัดแย้งทางการเมือง ดึงให้ดัชนีความเชื่อมั่นและการบริโภคเอกชนหดตัว ส่วนการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐก็ไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสแรก หากมีการเลือกตั้ง กว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผลและจัดตั้งรัฐบาลได้ก็น่าจะเข้าสู่ไตรมาส 2
ดังนั้นการลงทุนของรัฐ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรัฐบาลจะยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ด้านปัจจัยภายนอกประเทศที่จะส่งผลมากคือการลดมาตรการคิวอี ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มดำเนินการในปลายเดือน ม.ค.นี้ ส่งผลให้เงินไหลกลับไปสหรัฐค่าเงินในภูมิภาคนี้จะอ่อนค่า มีการมองว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงไปได้ถึง 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ฉะนั้น โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จึงมองว่า ข่าวดีในเรื่องเศรษฐกิจของปีหน้ามีเพียงเรื่องเดียว คือ การส่งออก เพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างชัดเจน เราจะได้ประโยชน์จากการส่งออกบ้าง แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของภาคเอกชนแต่ละแห่ง ประเทศไทยเราขาดการส่งเสริมศักยภาพมานานแล้ว เศรษฐกิจจะเข้มแข็งได้ จะต้องมีการรีฟอร์มเศรษฐกิจเป็นระยะ จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม
แต่สิ่งที่รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะต้องเจอก็คือ ปัญหาการคลัง เพราะรัฐบาลที่แล้วใช้เงินที่มีจำกัดไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นปัญหาที่จะต้องระมัดระวังมากที่สุดก็คือการขาดดุลแฝด คือขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและขาดดุลงบประมาณไปพร้อมกัน
“อย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติเพราะมันไม่ปกติ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นข้อจำกัดที่ใหญ่และสำคัญมากของประเทศ คือ จะทำให้ประเทศกู้เงินบาท กู้เงินแพง มีผลต่ออันดับเครดิต และในที่สุดก็จะต้องขึ้นภาษีเพราะรายได้ไม่พอ อย่าปล่อยปัญหาไปเรื่อยๆ จนถึงจุดนั้น ขณะนี้เรายังมีทางเลือกในการปรับนโยบายยังไม่สายเกินไปที่จะปรับเปลี่ยนนโยบาย” โฆสิต กล่าว
จีดีพีต้องโตจากประสิทธิภาพ
ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า การเรียกความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นภาพเครื่องยนต์ 4 ตัว ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศนั้น มันไม่น่าจะใช้ได้แล้ว เพราะตามทฤฎีเครื่องยนต์ทั้ง 4 คือ การส่งออก การลงทุน การบริโภค และการใช้จ่ายภาครัฐ หากตัวใดตัวหนึ่งเกิดปัญหาไปกระตุ้นในตัวที่ยังดีอยู่มันจะช่วยประคองให้เศรษฐกิจไปได้
แต่ 2 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า ทฤษฎีนี้ไม่จริง รัฐบาลกระตุ้นการบริโภคของประชาชน แล้วผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โตขึ้นหรือไม่ แต่ก็เปล่ากลายเป็นหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐ เร่งเบิกจ่ายออกมา เศรษฐกิจโตขึ้นหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ปี 2555 จีดีพีโต 6% ปี 2556 เหลือ 3%
จีดีพีควรจะโตจากประสิทธิภาพ ไม่ใช่เอะอะก็ใส่เงินเข้าไปแล้วมันจะโต มันโตแต่ไม่ยั่งยืน ประสิทธิภาพต้องใช้เวลาในการสร้างเอาเงินไปซื้อไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในเพดานบินของเรา บางครั้งเราอาจจะบินได้ต่ำกว่าเพดาน หรือสูงกว่าเพดาน ทำไมเราไม่ตั้งเพดานไว้ถ้ามันสูงเกินเพดานเราก็ดึงกลับมา ต่ำกว่าเพดานเราก็เร่งให้มันขึ้นมา
ส่วนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงขั้น ก็ต้องไปดูไว้ในของโครงการที่จะทำ มันมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ใช้เงินเยอะมากช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศตรงไหน เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าใครจะตอบ ไม่เห็นมีใครตอบเลย
ฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำอย่างยิ่งก็คือ การนำเอาทุนสำรองของประเทศไปใช้ เพราะทุนสำรองคือความเข้มแข็งของชาติ หากจะต่อสู้กับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่กระทบมาถึงเรา ก็จะต้องทำตัวเราให้เข้มแข็งต้องมีประสิทธิภาพที่ดีทั้งเอกชนและรัฐบาล
ประเทศไทยในขณะนี้ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ภาพที่เห็นจากการชุมนุมคือเราพยายามจะปรับตัวจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในฐานะข้าราชการเก่า เห็นว่าระบบบบราชการมันล้าสมัย ต้องมีกรอบงานที่ชัดเจนของข้าราชการการเมือง และ ข้าราชการประจำ เพื่อไม่ให้มีการล้ำเส้นการเมืองมาทำให้ระบบราชการเสีย
อสังหาฯ ฝ่าดงหนี้
นอกจากปัจจัยทางการเมืองที่เกือบทุกภาคธุรกิจประเมินว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้ทิศทางเศรษฐกิจปี 2557 แล้ว ปัจจัยเรื่องหนี้ครัวเรือนก็เป็นสิ่งที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ยังมองว่าเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน การโอนที่อยู่อาศัยในปี 2557 ต่อเนื่อง เพราะการลดภาระหนี้ทั้งจากบัตรเครดิต เงินกู้ส่วนบุคคล และรถคันแรก ไม่น่าจะผ่อนคลายลงได้ง่ายในปีม้านี้
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทุกค่ายต้องเตรียมรับมือกับกลุ่มคนอยากซื้อบ้าน แต่ภาระหนี้ยังสูง โดยค่ายใหญ่อย่างพฤกษา เรียลเอสเตท จะยังใช้กลยุทธ์สร้างเครดิตให้ลูกบ้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าอาชีพอิสระ ด้วยการเจรจาสร้างเครือข่ายกับแบงก์เสนอให้ลูกค้าที่ซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียมที่จองแล้ว เปิดบัญชีออมทรัพย์กับแบงก์นั้นๆ แล้วฝากเท่าเงินค่างวดจริง
ทั้งนี้ หากใครฝากเงินตรงเวลาทุกเดือน จนถึงเวลาโอน แบงก์มีแนวโน้มจะอนุมัติสินเชื่อให้เลย (ยกเว้นคนติดเครดิตบูโร) โดยเงินฝากดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเงินดาวน์ที่ลูกค้าต้องผ่อนจ่ายให้กับโครงการ และห้ามถอนจนกว่าจะถึงวันโอน เพื่อสร้างเครดิตทางการเงิน ซึ่งโมเดลดังกล่าวของพฤกษาได้รับการตกลงร่วมกันกับแบงก์ธนชาตแล้ว และอยู่ระหว่างเจรจากับแบงก์อื่นๆ ซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะช่วยให้ลูกค้ากู้ได้ง่ายขึ้น และพฤกษาก็ลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะโอนไม่ได้น้อยลง
ขณะที่ค่ายเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จะยังใช้กลยุทธ์แคมเปญทางการเงินเพื่อลดภาระคนซื้อบ้าน และช่วยให้คนอาชีพอิสระกู้ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยปี 2556 ได้ใช้แคมเปญ “เสนาลบหนี้ให้ 10 ปี” แล้ว จึงอยู่ระหว่างเจรจากับแบงก์ที่เป็นพันธมิตรเพื่อหาแคมเปญทางการเงินใหม่ๆ สำหรับการกระตุ้นตลาดในปี 2557
ด้านค่ายธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ งัดกลยุทธ์บ้านสั่งสร้างเพื่อยืดเวลาผ่อนดาวน์นานขึ้น โดยจะเพิ่มสัดส่วนบ้านสั่งสร้างในแต่ละโครงการให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าบางส่วนที่ไม่มีเงินก้อนสำหรับดาวน์บ้านพร้อมอยู่ได้มีเวลาในการผ่อนดาวน์ ก่อนที่จะยื่นเข้าแบงก์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
หนี้สินรุมเร้าคนซื้อบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้ประกอบการที่ต้องงัดกลยุทธ์เพื่อฝ่าข้ามไปอีกหนึ่งปี หลังจากที่ปีที่ 2556 ที่ผ่านมา แม้จะปรับตัวทุกกระบวนท่า แต่ก็ไม่สามารถฝ่าวิกฤตกำลังซื้อหด เพราะหนี้สินของคนซื้อบ้านไปได้
คนไทยไร้ทางเลือกทางการเมือง
สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พรรคการเมืองสองพรรคใหญ่ล้วนแต่ไม่ได้เป็นตัวแทนหรือทางเลือกของประชาชน ไม่มุ่งหวังพัฒนาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทำให้สังคมไทยไม่มีทางเลือก พรรคเพื่อไทยอาจปรับตัวได้ดีกับระบบเลือกตั้ง ทว่าไม่จริงใจต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในระยะยาว ทำเพียงนโยบายหวังกอบโกยคะแนนเสียงในระยะสั้น หาช่องทางของกติกาการเลือกตั้งมาเป็นเสียงข้างมากและประโยชน์ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา กลายเป็นพรรคการเมืองไม่ได้เป็นตัวแทนของประชา อีกด้านคือพรรคประชาธิปัตย์ ปรับตัวไม่ทันต่อความคาดหวังของประชาชน รวมถึงการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยและนโยบาย
ขณะนี้ต่างฝ่ายก็มีความเห็นสุดโต่ง เพื่อให้อีกฝ่ายยอมจำนน พรรคเพื่อไทยแม้จะยุบสภา แต่ที่ผ่านมาก็ไม่จริงใจต่อปฏิรูปการเมือง ฝ่ายผู้ชุมนุมก็มีข้อเรียกร้องเลยเถิดประชาธิปไตย เกินกว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้ทำได้ ถ้าต่างฝ่ายยังสุดโต่งไม่ยอมลดลงมา ก็นำไปสู่การปะทะ ดังนั้นสามเดือนแรกอันตราย จะมีปรากฏการณ์ความวุ่นวาย โกลาหล พอมันรุนแรงสุดๆ คนเริ่มมีสติ ก็จะกลับมาเบาบาง เพราะอย่าลืมว่าคนโกรธกันไม่นาน
จักษ์ พันธ์ชูเพชร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า
เงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายยังเป็นเป้าหมายซ้อนพับกันอยู่ ระหว่างปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และเลือกตั้งก่อนปฏิรูป แต่ที่น่ากังวลที่สุด คือ ต่างฝ่ายมีมวลชนอยู่ในมือ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในช่วงต้นปีได้
แม้กระทั่งการเลือกตั้งในปีหน้าเชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะวันนี้สัญญาณออกมาชัดเจนว่า มีการใช้กำลังเกิดขึ้นและแน่นอนว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความรุนแรง รวมถึงชัดเจนอีกว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่มีทางถอยแน่นอน เพราะถ้าถอยจะอยู่ลำบากในสภา รวมถึงการกลับเข้ามาในประเทศ หากมีการเปลี่ยนกฎระเบียบ เช่นเดียวกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ต้องสู้เต็มที่ เพราะถ้าหากพ่ายแพ้ ก็จะอยู่ลำบากเช่นกัน
ขณะนี้ทหารรวมถึงข้าราชการบางส่วนยังนิ่ง ถือเป็นพลังสำคัญที่จะเปลี่ยน โดยเฉพาะทหาร อีกไม่กี่เดือนจะมีการเปลี่ยนผู้นำกองทัพ จึงเป็นเรื่องให้ทหารต้องทบทวนการเปลี่ยนถ่ายเป็นใครและคนปัจจุบันจะปล่อยไปหรือทำให้ลงตัวก่อนเกษียนอายุราชการ
ปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ที่จะต้องทำแผนรับมือปัญหาที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้นการบริหารเศรษฐกิจในปี 2557 นี้ไม่ง่าย หากใช้คนไม่มีฝีมือก็จะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กร แบบที่กล่าวได้ว่า ใครไม่ใช่เซียนหลบไป เพราะจะแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้







