posttoday
การเมืองเข้าสู่โหมดรุนแรง

การเมืองเข้าสู่โหมดรุนแรง

31 ธันวาคม 2556

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

สัญญาณรุนแรงเริ่มก่อตัวขึ้นและยังไม่มีทีท่าจะยุติลงง่ายๆ ยิ่งประเมินแนวโน้มสถานการณ์การเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างฝังรากลึกเวลานี้สุ่มเสี่ยงที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกย่างก้าว และกระทบต่อทั้งการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 รวมทั้งย่อมทำให้เส้นทางการเดินหน้าปฏิรูปประเทศเป็นไปได้อย่างยากลำบากยิ่งขึ้น

นับย้อนไปถึงวันที่ 31 ต.ค. ที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดเวทีคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสามเสน จนต่อมาขยับขยายไปปักหลักตั้งที่มั่นยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ก่อนจะทยอยเปิดเวทีคู่ขนานทั้งที่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เหตุการณ์ความรุนแรงค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มดีกรีความดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งในช่วงวันที่กลุ่มมวลมหาประชาชนเคลื่อนขบวนไปแสดงพลังขับไล่ระบอบทักษิณ ตามหน่วยงานราชการที่ถือเป็นมือไม้ของรัฐบาล โดยเฉพาะ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำเนียบรัฐบาล ที่เกิดการตอบโต้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงสกัดด้วยแก๊สน้ำตา และเกิดการบาดเจ็บเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่นับรวมกับการชุมนุมที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่นัดชุมนุมกันที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งการปะทะนำมาสู่การบาดเจ็บของประชาชนและเริ่มต้นมีผู้เสียชีวิต แต่ทีท่าความรุนแรงได้หยุดชะงักไปเพียงชั่วครู่ชั่วยาม และกลับมารุนแรงเพิ่มเติม

เริ่มตั้งแต่ มีมือป่วนขี่จักรยานยนต์กลุ่มใหญ่เข้าไปปาระเบิดใส่การ์ดผู้ชุมนุม ที่กระทรวงการคลัง บริเวณริมถนนพระราม 6 สถานที่ตั้งเวทีปราศรัยย่อยของกลุ่มผู้ชุมนุม คล้อยหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเกิดเหตุคล้ายกันนี้ในบริเวณถนนราชดำเนิน ที่ถือเป็นเวทีหลักของกลุ่มผู้ชุมนุม จนการ์ดผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บหลายราย

สุดท้ายแม้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะตัดสินใจประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เพื่อลดแรงเสียดทานก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มในวันที่ 10 ม.ค. และเดินหน้ากระบวนการการเลือกตั้งใหม่ แต่สัญญาณความรุนแรงยังไม่มีทีท่าจะยุติลงตามไป แต่กลับเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. หน้าสนามกีฬา ไทยญี่ปุ่น ดินแดง สถานที่จับสลากเบอร์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่กลุ่ม เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เข้าไปปักหลักขัดขวางไม่ให้มีการจับสลาก จนเกิดเหตุการณ์ปะทะครั้งรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ใช้ทั้งแก๊สน้ำตา กระสุนยาง กระสุนจริงหัวนอต ลูกแก้ว จนนำมาสู่การบาดเจ็บ 153 คน และเสียชีวิต 2 คน คือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ อายุ 45 ปี ผบ.หมู่จร.ตลาดพลู และวสุ สุฉันทบุตร อายุ 30 ปี ผู้ชุมนุม คปท.

ความสูญเสียรอบนี้กลายเป็นการเติมเชื้อความรุนแรงให้กับความขัดแย้งที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีการนำภาพคลิปเหตุการณ์ในบางช่วงบางตอนมาเผยแพร่ ซึ่งมีทั้งเหตุการณ์ตำรวจทุบรถอาสาพยาบาล ภาพชายชุดดำที่กระทรวงแรงงาน หรือภาพการปฐมพยาบาลตำรวจที่บาดเจ็บขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังจะขว้างปาสิ่งของเข้ามาทำร้าย ไปจนถึงภาพผู้ชุมนุมทุบรถและสิ่งของในสนามกีฬา ฯลฯ ซึ่งยิ่งตอกย้ำความขัดแย้ง และปลุกให้เกิดความเกลียดชังมากยิ่งขึ้นด้วยกันระหว่างทั้งสองฝั่ง

กระแสโซเชียลมีเดียจากฝั่งตำรวจเริ่มสะท้อนความคิดเห็นที่รุนแรง จนถึงขั้นมีแนวคิดที่เตรียมจะแก้แค้นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยอาวุธจริง ไม่ต่างจากฟากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่เตรียมตอบโต้ด้วยความรุนแรงจนยากจะหาทางประนีประนอม

ก่อนจะตามมาด้วยการรวมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในนาม “กลุ่มปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย” นับพันนายที่มารวมตัวกันบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความไม่สงบแต่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมย่ำยี และออกแถลงการณ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจในการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จะให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดที่ถูกออกหมายจับทุกราย

ล่าสุด ความตึงเครียดระหว่าง 2 ฝั่งดูจะเพิ่มขึ้นเมื่อแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกจับกุมเริ่มตั้งแต่ ตั้ม พิชัย ชัยมงคล โฆษก คปท.ถูกตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ควบคุมตัวได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ จากการบุกรุก ใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน กรณีพามวลชนเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

ไล่เลี่ยกันกับที่ นิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ขับรถตามประกบและใช้อาวุธปืนบังคับให้ลงจากรถ หลังเดินทางจากพื้นที่ชุมนุม ก่อนจะให้คนขับรถเบี่ยงรถหลบหนีกลับมายังพื้นที่การชุมนุม ซึ่งเจ้าตัวมองว่าลักษณะนี้ไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการมุ่งหวังเอาชีวิต

ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ 13.30 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. เกิดเหตุประทัดยักษ์ระเบิดกลางเต็นท์การ์ดอาชีวะของกลุ่ม กปท. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน อาการสาหัส 1 คน และมีรายงานว่าเมื่อตำรวจเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุมีการ์ดได้เข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมจึงมีแต่จะยิ่งทำให้การชุมนุมครั้งต่อไปเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นไปด้วยความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะหลังจากนี้ ที่กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศเตรียมปฏิบัติการปิดล้อมกรุงเทพฯ หลังปีใหม่ ในบรรยากาศที่ยังมีอารมณ์คั่งค้างกันทั้งสองฝ่าย ย่อมอาจจะทำให้เกิดความรุนแรงไม่ว่าจะฟากฝั่งไหน หรือแม้แต่ความพยายามสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม และอาจไม่ใช่แค่ประทัดยักษ์อย่างเดิมแต่อาจขยายวงไปสู่ระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งในจังหวะเวลาที่งวดเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 และการส่งสัญญาณปิดเกมให้ได้ภายในเดือน ม.ค.นี้ ย่อมทำให้ห้วงเวลานับจากนี้สุ่มเสี่ยงเกิดเหตุความรุนแรง

ดังจะเห็นว่าแค่เริ่มต้นสมัครรับเลือกตั้งยังเกิดการปะทะกันเช่นนี้ เมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่หาเสียง คงเลี่ยงได้ยากที่จะเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างฝั่งที่ลงสมัคร และผู้ชุมนุมที่คัดค้านการเลือกตั้ง รวมไปถึงหากยังสามารถยื้อต่อไปจนถึงวันเลือกตั้งได้ การลงคะแนนในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะต้องเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจจบลงด้วยความรุนแรง

ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถหาทางระงับยับยั้งหรือสะสางความขัดแย้งที่มีอยู่ให้หมดไปโดยเร็วเส้นทางการเมืองนับจากนี้ต่อไปคงหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ยาก รวมไปถึงเป้าหมายการ “ปฏิรูป” ที่คงเกิดได้ยากหากความขัดแย้งที่เป็นอยู่ยังไม่สลายหายไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์